fbpx Skip to content

7 วิธีป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามออนไลน์ ทำเองได้ ง่ายนิดเดียว

1920 x 1080 (1)

7 วิธีป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามออนไลน์ ทำเองได้ ง่ายนิดเดียว

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ความปลอดภัยทุกครั้งที่ใช้งานอินเทอร์เน็ต เล่นโซเซียล เต้น tiktok กลายเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ดังนั้นจึงจำเป็นที่ต้องตระหนักถึงความเสี่ยงและการป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามบนโลกออนไลน์ตลอดเวลา พบว่า

  • การโจมตีทางไซเบอร์ 5 อันดับแรกที่มีแนวโน้มว่าจะแพร่หลายมากขึ้นในปี 2024 นี้ ได้แก่ การโจมตีแบบฟิชชิ่ง การโจมตีแบบ Ransomware การโจมตีแบบ Malware การโจมตีแบบ DDoS และการโจมตีแบบ Social Engineering
  • ภัยออนไลน์ที่มักแฝงมากับเว็บไซต์ผิดกฎหมาย เว็บเถื่อน เว็บลามก รวมถึงมาในรูปแบบอีเมลปลอม ลิงก์ ซึ่งมีเหยื่อประมาณ 7.4% หลงเชื่อกรอกข้อมูลบัญชีและพาสเวิร์ด
  • พบว่า กว่า 50% ของเด็กวัย 10-12 ปี เคยเจอเนื้อหาออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม
  • การละเมิดความปลอดภัยไซเบอร์ส่วนใหญ่เกิดจากข้อผิดพลาดของตัวมนุษย์เอง
  • เรามีโอกาสพบข้อมูลส่วนตัวของเราได้ จากถุงขนมหรือถุงกล้วยแขกสักถุงหน้าโรงเรียน

ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องมีความรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามออนไลน์ที่อาจเกิดขึ้น และวิธีการจัดการความเสี่ยงเหล่านั้นอย่างเหมาะสม

7 วิธีป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามออนไลน์

1. การป้องกัน malware ป้องกันอุปกรณ์ของเราจากมัลแวร์

มัลแวร์เป็นซอฟต์แวร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัว โดยมันสามารถแพร่เข้าสู่อุปกรณ์ของเราได้ผ่านการดาวน์โหลดอะไรแปลกๆ หรือมาจากอีเมลหลอกลวง หรือแม้แต่เว็บไซต์ที่ถูกแฮก วิธีป้องกันคือติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสที่เชื่อถือได้และอัปเดตโปรแกรมให้ทันสมัยอยู่เสมอ สแกนหามัลแวร์บนอุปกรณ์ที่ใช้อยู่เป็นประจำ รวมถึงหลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์ที่น่าสงสัยหรือหลีกเลี่ยงดาวน์โหลดไฟล์ที่ไม่รู้จัก

2. ใช้พาสเวิร์ดที่เดาได้ยากและไม่ใช้ซ้ำกันในแต่ละบัญชี

การใช้พาสเวิร์ดที่ซับซ้อนและไม่ซ้ำกันในแต่ละบัญชีจะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกแฮก นอกจากนี้ ควรเปลี่ยนพาสเวิร์ดเป็นระยะๆ และไม่ใช้พาสเวิร์ดที่เดาได้ง่าย เช่น วันเกิด เบอร์โทรศัพท์ คำที่เดาง่าย หรือชื่อสัตว์เลี้ยง เป็นต้น

3. เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอน (Multi-Factor Authentication, MFA)

การยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอนเป็นการเพิ่มชั้นความปลอดภัยในการเข้าถึงบัญชีออนไลน์ของเรา นอกจากการกรอกพาสเวิร์ดแล้ว เรายังต้องกรอกโค้ดที่ส่งมาที่โทรศัพท์หรืออีเมลของเราด้วย ซึ่งอาจจะดูวุ่นวาย หลายขั้นตอนแต่เชื่อเถอะ วิธีการนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกแฮกได้มากขึ้น

ภัยคุกคามออนไลน์

4. ระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว

การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไปบนสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์คหรือเว็บไซต์ต่างๆ อาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการถูกแฮก หรือการถูกโจรกรรมข้อมูล ฉะนั้นควรระมัดระวังในการแชร์ข้อมูลส่วนตัว และตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในทุกบัญชีที่เราใช้งาน (สามารถตั้งค่าได้ที่ Settings & privacy บนแอปนั้นๆ)

5. หลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ

ลิงก์หรือไฟล์ที่ไม่มั่นใจ ให้ระวังหรือเอ๊ะไว้ก่อน เพราะการคลิกลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถืออาจนำมัลแวร์เข้าสู่อุปกรณ์ของเราได้ ฉะนั้นควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาและหลีกเลี่ยงการคลิกหรือดาวน์โหลดจากแหล่งที่ไม่รู้จัก

6. อัปเดตซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันเป็นประจำ

การอัปเดตซอฟต์แวร์ โอเอส และแอปพลิเคชั่นต่างๆ เป็นประจำจะช่วยป้องกันการโจมตีจากมัลแวร์และแฮกเกอร์ เนื่องจากการอัปเดตเวอร์ชั่นใหม่จากผู้ผลิตมักจะมีการแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ตรวจเจอ ทำให้เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานมากขึ้น

7. ใช้เครื่องมือหรือบริการรักษาความปลอดภัยมืออาชีพ

การใช้เครื่องมือและหรือเรียกรับบริการรักษาความปลอดภัย (MSP: Manage Services Provider) เช่น โปรแกรมป้องกันไวรัส, VPN (Virtual Private Network), และไฟร์วอลล์ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคุณและองค์กรได้เป็นอย่างดี มั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น

การมีจิตสำนึกด้านความปลอดภัย

การมีจิตสำนึกด้านความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ใช้งานทุกคนควรมี ความประมาทเลินเล่อ เช่น การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวเกินความจำเป็น การใช้พาสเวิร์ดที่เดาง่าย หรือการละเลยการอัปเดตซอฟต์แวร์ ล้วนแต่เป็นช่องโหว่ที่แฮกเกอร์สามารถแสวงหาประโยชน์ได้ ดังนั้นผู้ใช้งานควรเรียนรู้และปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัย รวมถึงการเติมความรู้ให้ทันสมัยอยู่เสมอ เนื่องจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ ก็มักจะถูกคิดค้นขึ้นมาโดยผู้ไม่หวังดีอยู่ตลอด ซึ่งการป้องกันที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ได้เป็นอย่างมาก

หรือหากพี่ๆ ต้องการที่ปรึกษา หรือ บริการจากผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Firewall หรือความปลอดภัยอื่นๆ ที่สามารถดูแลออฟฟิสพี่ๆ ได้แบบครบวงจร รวมถึงยังสามารถเลือกจ่ายเป็นรายเดือนสอดคล้องกับงบไอที และไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อกล่องไฟร์วอลล์ไว้เองแก้ปัญหาการซื้อไฟร์วอลล์ไปแล้วตกรุ่น ขอแนะนำบริการ Business Solution : Firewall as a Services จาก ProSpace ได้เลยครับ สนใจว่าบริการนี้จะช่วยแก้ไขหรือช่วยเหลือธุรกิจอย่างไร ติดต่อสอบถามข้อมูลติดต่อทีมงาน โทร : 085-449-7373 หรือ Email : SALES@PROSPACE.SERVICES