ตอนนี้โลก Cybersecurity เปลี่ยนไปเยอะมาก แค่ปีสองปีที่ผ่านมา ภัยคุกคามที่เคยเห็นกันแบบ “โอ้ว มัลแวร์ธรรมดาๆ” มันไม่ธรรมดาอีกต่อไป เพราะอีกฝั่งเขาใช้ AI ช่วยสร้างทั้งเร็ว ทั้งมีประสิทธิภาพ แล้วเราในฐานะ IT ต้องปรับตัวอย่างไร
โลกเปลี่ยน แล้ว Firewall เราต้องเปลี่ยนด้วยไหม
ปัญหาที่เจอกันในองค์กรทุกวันนี้มันไม่ใช่แค่ “มีคนพยายาม Login หลายครั้ง” อีกแล้ว พบว่าแฮกเกอร์มีการพัฒนาการโจมตีมาใน 3 รูปแบบ ที่คนทำ IT ต้องระวัง
- อย่างแรก คือเรื่อง Attack Surface ที่กว้างขึ้นทุกวัน ยิ่งองค์กรโตขึ้น ใช้ Cloud มากขึ้น ให้พนักงาน Work from Home มากขึ้น Blind spot ก็ยิ่งเยอะขึ้น ช่องโหว่ที่ Config ผิดหรือลืม Patch บางทีนอนอยู่ในระบบนานจนตัวเองก็ไม่รู้ หรือลืมไป
- อย่างที่สอง คือเรื่อง Shadow AI พบว่าในหัวข้อนี้ หลายที่มองเป็นเรื่องใหม่ หลายองค์กรยังไม่ตื่นตัว จินตนาการง่าย ๆ ว่า Developer ใน Team ของเรานั่ง Copy ซอร์สโค้ดโปรเจกต์ชั้นความลับ หรือข้อมูลในองค์กร ไปวางใน ChatGPT หรือ AI ตัวต่างๆ เพื่อให้ช่วย Debug โค้ด ข้อมูลรั่วได้แบบที่ไม่มี Alert ดังในระบบแม้แต่ครั้งเดียว นี่คือ Data Exfiltration ยุคใหม่ที่ไอทีบางส่วนยังไม่ตระหนักมากพอโดยเฉพาะ SMEs ต่างๆ
- อย่างที่สาม และหนักที่สุดคือ AI-Supercharged Malware แฮ็กเกอร์ใช้ AI ช่วยสร้าง Payload ที่ไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละครั้ง เปลี่ยน Pattern ได้อัตโนมัติ ทำให้ Zero-day ใหม่ ๆ โผล่มาเร็วกว่าที่ Security Vendor จะออก Patch รับมือได้ทัน ระบบ Antivirus แบบ Signature-based แบบเดิม ยากที่มันจะจับ Malware พวกนี้ได้
FortiGuard จึงถูกออกแบบ เพื่อตอบโจทย์นี้
ปัญหาที่เจอกันในองค์กรทุกวันนี้มันไม่ใช่แค่ “มีคนพยายาม Login หลายครั้ง” อีกแล้ว พบว่าแฮกเกอร์มีการพัฒนาการโจมตีมาใน 3 รูปแบบ ที่คนทำ IT ต้องระวัง
- อย่างแรก คือเรื่อง Attack Surface ที่กว้างขึ้นทุกวัน ยิ่งองค์กรโตขึ้น ใช้ Cloud มากขึ้น ให้พนักงาน Work from Home มากขึ้น Blind spot ก็ยิ่งเยอะขึ้น ช่องโหว่ที่ Config ผิดหรือลืม Patch บางทีนอนอยู่ในระบบนานจนตัวเองก็ไม่รู้ หรือลืมไป
- อย่างที่สอง คือเรื่อง Shadow AI พบว่าในหัวข้อนี้ หลายที่มองเป็นเรื่องใหม่ หลายองค์กรยังไม่ตื่นตัว จินตนาการง่าย ๆ ว่า Developer ใน Team ของเรานั่ง Copy ซอร์สโค้ดโปรเจกต์ชั้นความลับ หรือข้อมูลในองค์กร ไปวางใน ChatGPT หรือ AI ตัวต่างๆ เพื่อให้ช่วย Debug โค้ด ข้อมูลรั่วได้แบบที่ไม่มี Alert ดังในระบบแม้แต่ครั้งเดียว นี่คือ Data Exfiltration ยุคใหม่ที่ไอทีบางส่วนยังไม่ตระหนักมากพอโดยเฉพาะ SMEs ต่างๆ
- อย่างที่สาม และหนักที่สุดคือ AI-Supercharged Malware แฮ็กเกอร์ใช้ AI ช่วยสร้าง Payload ที่ไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละครั้ง เปลี่ยน Pattern ได้อัตโนมัติ ทำให้ Zero-day ใหม่ ๆ โผล่มาเร็วกว่าที่ Security Vendor จะออก Patch รับมือได้ทัน ระบบ Antivirus แบบ Signature-based แบบเดิม ยากที่มันจะจับ Malware พวกนี้ได้
ProSeek by ProSpace: บริการผู้เชี่ยวชาญไอทีรายครั้งทั่วประเทศ
Fortinet ได้ออก FortiGuard AI-Powered Security Services มาให้ใช้งานร่วมกับ FortiGate NGFW โดยตรง แนวคิดหลักก็ตรงไปตรงมาคือ “ใช้ AI สู้กับ AI” ไม่ต้องรอ Signature ไม่ต้องรอ Patch แต่ให้ระบบวิเคราะห์และตัดสินใจแบบ Real-time แทน
บริการมีมากกว่า 20 รายการที่พัฒนาโดย FortiGuard Labs ซึ่งเป็น Threat Intelligence Team ระดับโลกของ Fortinet
ATP Bundle (Advanced Threat Protection) คือ Entry Level ที่องค์กรส่วนใหญ่ควรมีเป็นขั้นต่ำ ครอบคลุม IPS สำหรับจับ Intrusion, Antivirus, Application Control, Sandbox แบบ SaaS และ Inline CASB ที่ช่วยควบคุมการใช้งาน Cloud Application ให้อยู่ในกรอบ Policy ขององค์กร
UTP Bundle (Unified Threat Protection) ยกระดับจาก ATP ขึ้นมาอีกขั้น เพิ่มความสามารถด้าน Web และ DNS Filtering รวมถึง Video Filtering และ Botnet/C2 Protection สำหรับองค์กรที่มีพนักงานใช้งานอินเทอร์เน็ตเยอะ และต้องการ Visibility ในระดับที่ละเอียดขึ้น
ENT Bundle (Enterprise Protection) เหมาะกับองค์กรที่ต้องการปิด Attack Surface ทุกด้านพร้อมกัน ทั้งเครือข่าย, เว็บ, ไฟล์, SaaS, ข้อมูล และอุปกรณ์ IoT ของที่เพิ่มเข้ามาที่ฟีเจอร์หลักคือ DLP (Data Loss Prevention), AI-based Inline Malware Prevention, Risk Scoring และ IoT Security
นอกจากนี้ ยังรองรับ OT Security Services
ถ้าองค์กรมีสายการผลิต มีระบบ SCADA, ICS หรือ OT Network อยู่ด้วย Fortinet ก็มี OT Security Service มาให้โดยเฉพาะ เพราะ Protocol และช่องโหว่ในโลก ICS/OT มันต่างจาก IT Network ทั่วไปมาก ต้องการ Signature และ Threat Intelligence เฉพาะทาง ซึ่งอย่าคิดว่าใช้ Firewall ทั่วไปแล้วจะคลุมได้ครบ
ProSeek by ProSpace จิ๊กซอว์สุดท้ายที่จะช่วยให้ระบบไอทีคุณสมบูรณ์แบบ
ควรเลือก Bundle ให้ตรงกับ Risk Profile ขององค์กร อย่าให้น้อยเกินจำเป็น และอย่ามากไปโดยไม่รู้ว่าตัวเองใช้อะไรบ้าง แค่นี้ก็ถือว่าเริ่มต้นได้ถูกทางแล้ว ที่เหลือการดูแลจัดการปล่อยให้เป็นหน้าที่เรา
และนี่คือจุดที่ ProSeek by ProSpace เข้ามาตอบโจทย์ เราคือแพลตฟอร์มที่รวบรวม Expert Agent หรือผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีทั่วประเทศที่พร้อมรับงานแบบ รายครั้ง (On-demand) เพื่อช่วย SME ทลายข้อจำกัดเดิมๆ
ติดตั้ง ดูแล FortiGate ด้วย ProSeek by ProSpace
การเลือกใช้ FortiGate คือก้าวแรกสู่ความปลอดภัยระดับมาตรฐานสากล แต่การเลือกใช้ ProSeek by ProSpace คือก้าวที่มั่นใจว่าเทคโนโลยีเหล่านั้นจะถูกรีดประสิทธิภาพออกมาใช้ได้อย่างสูงสุดโดยที่คุณไม่ต้องกังวลเรื่องการบริหารจัดการบุคลากร
ให้ผู้เชี่ยวชาญของเราช่วยดูแลระบบหลังบ้าน เพื่อให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับการเติบโตของธุรกิจหลักอย่างเต็มที่ สนใจเรียกใช้บริการหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถแจ้งความต้องการผ่านฟอร์มของ ProSeek ได้ทันทีครับ เราพร้อมจะแมตช์ “คนที่ใช่” ให้กับคุณ! สนใจหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ ProSpace ได้ที่ โทร : 085-449-7373 หรือ Email SALES@PROSPACE.SERVICE หรือทำนัดเราเพื่อรับการปรึกษาฟรีได้เลย
