fbpx Skip to content

Dark web คืออะไร? Deep web และ Surface web อันตรายไหม?

Dark web คือ

 233 views

Dark web หรือเว็บมืด เป็นกลุ่มของเว็บไซต์ที่ซ่อนตัวอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต และสามารถเข้าถึงได้โดยเว็บเบราว์เซอร์เฉพาะเท่านั้น สร้างขึ้นมาเพื่อกิจกรรมทางอินเทอร์เน็ต โดยจะไม่เปิดเผยตัวตนและมีความเป็นส่วนตัว ซึ่ง Dark web มีทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย แต่ส่วนใหญ่คนจะใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับจากรัฐบาล และก็เป็นที่รู้กันดีว่าถูกนำไปใช้เพื่อกิจกรรมที่ผิดกฎหมายซะมากกว่า

 

Dark web, Deep web และ Surface web คืออะไร?

 

ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตมีหน้าเว็บ ฐานข้อมูล และเซิร์ฟเวอร์หลายล้านหน้าและทำงานตลอด 24 ชั่วโมง บางครั้งอินเทอร์เน็ตก็ถูกเรียกว่า “visible” หรือเว็บที่มองเห็นได้ (หรือ Aka surface web และ Open web) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่สามารถค้นหาบน Search engines ได้ เช่น Google และ Yahoo อย่างไรก็ตามมีอีกหลายคำศัพท์ที่หมายถึง ‘เว็บที่มองไม่เห็น’ (Non-Visible Web) ซึ่งเดี๋ยวเราจะพาไปรู้จักกันต่อไป

 

Surface web

 

Surface web หรือ Open web คืออะไร?

 

Surface web หรือ Open web คือชื่อเรียกของเว็บไซต์ที่ “มองเห็นได้” หรือ “visible” เว็บ ซึ่งทางสถิติแล้วเว็บไซต์กลุ่มนี้มีเพียง 5% ของเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตทั้งหมด และถ้าเปรียบเทียบกับภูเขาน้ำแข็งแล้ว เว็บพวกนี้ก็เหมือนส่วนยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำออกมา

 

ปกติแล้วเว็บไซต์ทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ผ่านเบราว์เซอร์ยอดนิยม เช่น Google Chrome, Internet Explorer และ Firefox ซึ่งเว็บไซต์พวกนี้มักจะลงท้ายด้วย “. com” และ “.org” รวมถึงสามารถค้นหาได้ง่ายด้วย Search Engines ยอดนิยมอื่น ๆ

 

Surface web เป็นเว็บที่หาได้ง่าย เนื่องจาก search engines สามารถ index เว็บพวกนี้ผ่านลิงก์ที่มองเห็นได้ (visible links) กระบวนการนี้เรียกว่า “การรวบรวมข้อมูล” หรือการ crawling เพราะ search engine ค้นหาเว็บไซต์ด้วยการไต่ไปตามเว็บต่าง ๆ เหมือนแมงมุม

 

search engines

 

Deep web คืออะไร?

 

Deep web มีสัดส่วนประมาณ 90% ของเว็บไซต์ทั้งหมด ถ้าจะเปรียบเทียบเป็นภูเขาน้ำแข็ง Deep web พวกนี้ก็เหมือนน้ำแข็งที่อยู่ใต้น้ำที่มีปริมาณขนาดใหญ่มาก เป็นเว็บที่ซ่อนตัวอยู่มากจนไม่สามารถหาเจอได้ว่ามีการใช้งานกี่ pages หรือมีเว็บไซต์กี่เว็บ

 

และถ้าจะเปรียบเทียบ search engines เหมือนเรือประมงขนาดใหญ่ที่สามารถ “จับ” ได้เฉพาะเว็บไซต์ที่อยู่เหนือผิวน้ำก็ไม่ผิด และข้อมูลอย่างอื่นไม่ว่าจะเป็นเว็บวารสารวิชาการ ไปจนถึงฐานข้อมูลส่วนตัว และเนื้อหาที่ผิดกฎหมายอื่น ๆ search engines ก็ไม่สามารถจับได้ อีกทั้ง Deep web นี้ก็ยังมีอีกชื่อนั่นก็คือดาร์กเว็บ (dark web) นั่นเอง

 

สำหรับชื่อที่ใช้เรียกเว็บมืดบางแหล่งก็ใช้คำว่า “deep web” และ “dark web” แต่ส่วนใหญ่แล้วเว็บพวกนี้จะถูกกฎหมายและมีความปลอดภัย ซึ่ง Deep Web ส่วนใหญ่ได้แก่ :

 

  • Databases: คือไฟล์ส่วนใหญ่ในเว็บจะมีทั้งแบบเป็นสาธารณะและแบบส่วนตัวที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับส่วนอื่น ๆ ของเว็บ จะค้นหาได้เฉพาะภายในฐานข้อมูลเท่านั้น
  • Intranets: คือเครือข่ายภายในขององค์กร รัฐบาล และข้อมูลด้านการศึกษา เป็นสิ่งที่ใช้ควบคุมข้อมูลส่วนตัวภายในขององค์กรอีกทีหนึ่ง

 

deep web

 

หากสงสัยว่าจะเข้าถึง deep web ได้ยังไง? บางทีคุณอาจใช้มันทุกวันอยู่แล้วแต่คุณไม่รู้ ซึ่งคำว่า “deep web” หมายถึง web pages ทั้งหมดที่ search engines หาไม่เจอ และ deep web ส่วนใหญ่จะมีรหัสผ่านหรือ  security walls อื่น ๆ ป้องกันอยู่ ในขณะที่เว็บไซต์อื่น ๆ เพียงแค่เราตั้งค่าไม่ให้ search engine มา “crawl” ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ search engine หาเว็บไซต์นั้นไม่เจอ

 

Dark web คืออะไร

 

Dark web หรือเว็บมืดหมายถึงเว็บไซต์ที่ไม่ได้รับการ indexed และสามารถเข้าถึงได้ผ่านเว็บเบราว์เซอร์พิเศษเท่านั้น ซึ่งจำนวนของ dark web มีน้อยกว่า surface web โดย dark web ถือเป็นเว็บไซต์ในประเภทที่หายากที่สุด ถ้าให้เทียบกับภูเขาน้ำแข็ง dark web จะเป็นส่วนของน้ำแข็งที่อยู่ข้างล่างสุดเลย

 

dark web

 

อย่างไรก็ตาม dark web เป็นเว็บไซต์ที่ถูกซ่อนอย่างมิดชิด ซึ่งมีเพียงไม่กี่คนที่จะเข้าถึงหรือหาเจอ แต่ก็ยังสามารถเข้าถึงได้ด้วยการใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะ นอกจากนี้ dark web มักเชื่อมโยงกับเรื่องของอาชญากรรมหรือมีเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย และยังเป็นเว็บไซต์ที่เอาไว้ “ซื้อขาย” สินค้าหรือบริการที่ผิดกฎหมายด้วย อย่างไรก็ตาม dark web ก็มีประโยชน์ในเรื่องของกฎหมายเช่นกัน

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง: 20 รหัสผ่านที่พบบ่อยที่สุดบน Dark Web

 

ที่มา:
kaspersky.com

 

 

ติดต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อปรึกษาหรือขอคำแนะนำด้าน Cybersecurity