fbpx Skip to content

Dark web คือเว็บไซต์อีก 95% ที่หายไปจากหน้า Google มันคือเว็บอะไร มาดูกัน

dark web

Dark web หรือเว็บมืด เป็นกลุ่มของเว็บไซต์ที่ซ่อนตัวอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต และสามารถเข้าถึงได้โดยเว็บเบราว์เซอร์เฉพาะเท่านั้น สร้างขึ้นมาเพื่อกิจกรรมทางอินเทอร์เน็ต โดยจะไม่เปิดเผยตัวตนและมีความเป็นส่วนตัว ซึ่งเว็บเหล่านี้มีทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย แต่ส่วนใหญ่คนจะใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับจากรัฐบาล และก็เป็นที่รู้กันดีว่าถูกนำไปใช้เพื่อกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

Table of Contents

เว็บที่มองเห็น เว็บที่มองไม่เห็น

ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตมีหน้าเว็บ ฐานข้อมูล และเซิร์ฟเวอร์หลายล้านหน้าและทำงานตลอด 24 ชั่วโมง บางครั้งอินเทอร์เน็ตก็ถูกเรียกว่า “เว็บที่มองเห็น” (หรือ Aka surface web และ Open web) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่สามารถค้นหาบน Search engines ได้ เช่น Google และ Yahoo อย่างไรก็ตามมีอีกหลายคำศัพท์ที่หมายถึง ‘เว็บที่มองไม่เห็น’ (Non-Visible Web) ซึ่งเดี๋ยวเราจะพาไปรู้จักกันต่อไป

surface web1) เว็บทั่วไป (Surface web) คืออะไร?

Surface web หรือ Open web คือชื่อเรียกของเว็บไซต์ที่ “มองเห็นได้”  ซึ่งทางสถิติแล้วเว็บไซต์กลุ่มนี้มีเพียง 5% ของเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตทั้งหมด

และถ้าเปรียบเทียบกับภูเขาน้ำแข็งแล้ว เว็บพวกนี้ก็เหมือนส่วนยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำออกมา ปกติแล้วเว็บไซต์ทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ผ่านเบราว์เซอร์ยอดนิยม เช่น Google Chrome, Internet Explorer และ Firefox ซึ่งเว็บไซต์พวกนี้มักจะลงท้ายด้วย “. com” และ “.org” รวมถึงสามารถค้นหาได้ง่ายด้วย Search Engines ยอดนิยมอื่น ๆ Surface web เป็นเว็บที่หาได้ง่าย เนื่องจาก search engines สามารถ index เว็บพวกนี้ผ่านลิงก์ที่มองเห็นได้ (visible links) กระบวนการนี้เรียกว่า “การรวบรวมข้อมูล” หรือการ crawling เพราะ search engine ค้นหาเว็บไซต์ด้วยการไต่ไปตามเว็บต่าง ๆ เหมือนแมงมุม

dark web2) Dark web คืออะไร?

หรือเรียกอีกอย่างว่า Deep web มีสัดส่วนประมาณ 95% ของเว็บไซต์ทั้งหมด ถ้าจะเปรียบเทียบเป็นภูเขาน้ำแข็ง เว็บเหล่านี้ก็เหมือนน้ำแข็งที่อยู่ใต้น้ำที่มีปริมาณขนาดใหญ่มาก

เป็นเว็บที่ซ่อนตัวอยู่มากจนไม่สามารถหาเจอได้ว่ามีการใช้งานกี่ pages หรือมีเว็บไซต์กี่เว็บ ถ้าจะเปรียบเทียบ search engines เหมือนเรือประมงขนาดใหญ่ที่สามารถ “จับ” ได้เฉพาะเว็บไซต์ที่อยู่เหนือผิวน้ำก็ไม่ผิด และข้อมูลอย่างอื่นไม่ว่าจะเป็นเว็บวารสารวิชาการ ไปจนถึงฐานข้อมูลส่วนตัว และเนื้อหาที่ผิดกฎหมายอื่น ๆ search engines ก็ไม่สามารถจับได้ อีกทั้ง Deep web นี้ก็ยังมีอีกชื่อนั่นก็คือดาร์กเว็บนั่นเอง

dark webสำหรับชื่อที่ใช้เรียกเว็บมืดบางแหล่งก็ใช้คำว่า “deep web” และ “dark web” แต่ส่วนใหญ่แล้วเว็บพวกนี้จะถูกกฎหมายและมีความปลอดภัย ซึ่ง Deep Web ส่วนใหญ่ได้แก่ :

– Databases

คือไฟล์ส่วนใหญ่ในเว็บจะมีทั้งแบบเป็นสาธารณะและแบบส่วนตัวที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับส่วนอื่น ๆ ของเว็บ จะค้นหาได้เฉพาะภายในฐานข้อมูลเท่านั้น

– Intranets

คือเครือข่ายภายในขององค์กร รัฐบาล และข้อมูลด้านการศึกษา เป็นสิ่งที่ใช้ควบคุมข้อมูลส่วนตัวภายในขององค์กรอีกทีหนึ่ง หากสงสัยว่าจะเข้าถึง deep web ได้ยังไง? บางทีคุณอาจใช้มันทุกวันอยู่แล้วแต่คุณไม่รู้ ซึ่งคำว่า “deep web” หมายถึง web pages ทั้งหมดที่ search engines หาไม่เจอส่วนใหญ่จะมีรหัสผ่านหรือระบบความปลอดภัยพิเศษป้องกันอยู่ 

3) Dark web คืออะไร

หมายถึงเว็บไซต์ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับบน Serch engine และค้นหาได้ทั่วไป

ต้องเข้าถึงได้ผ่านเว็บเบราว์เซอร์พิเศษเท่านั้น ซึ่งจำนวนของเว็บเหล่านี้แท้จริงแล้วแทบจะเป็นส่วนทั้งหมดของเว็บไซต์บนโลกนี้ โดยถือเป็นเว็บไซต์ในประเภทที่หายากที่สุด ถ้าให้เทียบกับภูเขาน้ำแข็ง dark web จะเป็นส่วนของน้ำแข็งที่อยู่ข้างล่างสุดเลยมากที่สุด และเชื่อว่ามีถึง 95% ของโลกนี้เป็นเว็บไซต์ที่หาไม่เจอบน Search engine นั่นเอง

zero trustสรุป

การเลือกใช้อินเตอร์เน็ตในชีวิตประจำวันของเราถึงแม้ว่าจะมีโอกาสเจอโจรกรรมทางอินเตอร์เน็ตไม่มากก็ตาม

ถ้าหากขาดผู้ดูแลระบบความปลอดภัยที่ดีก็อาจจะกลับมาส่งผลอันตรายในอนาคตได้ ดังนั้นการจัดการระบบไอทีใหม่อย่างถูกต้อง ดูแลระบบ Firewall ให้สามสามารถป้องกันการโจมตีจากผู้ไม่หวังดีได้อย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ลดโอกาสการถูกโจมตีจาก Ransomware ด้วย Firewall as a Service

บริการ Firewall as a Service

ป้องกันโจมตี Ransomware จากทีม Cyber security

FWaaS advantage

ปรึกษาปัญหาการทำระบบ Cyber Security

ทีมงานจะติดต่อกลับไป