fbpx Skip to content

Internet safety คืออะไร? พร้อมกฎ 10 ข้อที่ไม่ควรทำบนโลกออนไลน์

Internet safety

 209 views

Internet safety คือความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต สามารถเรียกสั้น ๆ ว่า E-Safety ก็ได้ ซึ่งการรู้เกี่ยวกับ internet safety นี้จะช่วยกระตุ้นให้เราตระหนักถึง personal safety ความเสี่ยงด้าน private information และ property ที่เกี่ยวข้องกับการใช้อินเทอร์เน็ต รวมถึงการป้องกัน computer crime ด้วย

 

แม้ว่าทุกวันนี้แอปพลิเคชันจะมีอิทธิพลในชีวิตประจำวันกับผู้ใช้มากกว่าเว็บไซต์ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ากฎของ Internet safety ขั้นพื้นฐานจะมีการเปลี่ยนแปลง เพราะแฮกเกอร์ก็ยังคงมองหา personal information เพื่อใช้เข้าถึงข้อมูลบัตรเครดิตและธนาคารของเราได้อยู่

 

การท่องเว็บที่ไม่ปลอดภัย อาจนำไปสู่ภัยคุกคามอื่น ๆ 

 

ท่องเว็บ

 

ไม่ว่าจะเป็น comment ส่วนตัว หรือรูปภาพส่วนตัวที่เราไม่อยากให้ใครดู แต่ถ้ามันหลุดเข้าไปในโลกออนไลน์แล้ว ก็แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะลบได้ทัน เผลอ ๆ อาจต้องไปคลุกคลีกับผู้คนที่เราไม่อยากเกี่ยวข้องด้วยก็เป็นได้ และนี่คือกฎ Internet safety 10 ข้อแรกที่เราควรปฏิบัติตาม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางออนไลน์ (และออฟไลน์) ที่อาจตามมา:

 

รักษาข้อมูลส่วนตัวอย่างมือโปร

 

นายจ้างหรือลูกค้าที่มีศักยภาพพอ จะไม่อยากรู้สถานะความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือที่อยู่บ้านของเรา พวกเขาควรต้องรู้แค่ว่าเรามีความเชี่ยวชาญเรื่องอะไรบ้าง รวมถึง background ทางอาชีพของเรา และวิธีที่จะติตด่อเรื่องงานกับเราได้แค่นั้นพอ อีกทั้งเราไม่ควรให้ข้อมูลส่วนตัวกับคนแปลกหน้า โดยเฉพาะผู้คนทางโลกออนไลน์

 

ข้อมูลส่วนตัว

 

เปิดการตั้งค่า Privacy ไว้

 

นักการตลาดย่อมอยากที่จะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเรา และแฮกเกอร์ก็เช่นกัน ทั้งสองอาชีพนี้สามารถรู้เกี่ยวกับตัวเราได้มากมาย เช่นว่าเราเข้าเว็บอะไร และใช้สื่อโซเชียลมีเดียอะไรบ้าง ดังนั้นเราควรปกป้องข้อมูลส่วนตัวของเรา ด้วยการตั้งค่า privacy ทั้งในเว็บไซต์และแอปบนมือถือ เช่น แอป Facebook ที่มีการตั้งค่า privacy-enhancing  ซึ่งการตั้งค่าแบบนี้มักจะหาได้ยาก เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ ก็ต้องการ personal information ของเราเพื่อเอาไปทำ marketing ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือเราควรเปิดใช้งาน privacy safeguards ตั้งแต่ตอนนี้เลย

 

ไม่อ่อนไหวกับ content ที่น่าสงสัย

 

อาชญากรไซเบอร์มักใช้ content ที่น่ากลัวเป็นเหยื่อล่อ เพราะพวกนี้รู้ดีว่าผู้คนมักอ่อนไหวกับ content ที่น่าสงสัย และเพียงแค่คลิกเดียวเท่านั้นก็อาจทำให้ personal data ของเราถูกเปิดเผย หรือทำให้เครื่องของเราติดมัลแวร์ได้เลย ดังนั้นเราไม่ควรเปิดโอกาสให้แฮกเกอร์เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเรา เพียงเพราะความสงสัยใคร่รู้ไม่กี่เสี้ยววินาที

 

VPN

 

เชื่อมต่อกับ VPN ที่ปลอดภัย

 

หากเราใช้ Wi-Fi สาธารณะ เราจะไม่สามารถควบคุมความปลอดภัยได้โดยตรง ผู้เชี่ยวชาญด้าน Corporate cybersecurity บอกว่า สิ่งที่น่ากังวลคือ “endpoints” หรือสถานที่ที่ private network ของเราเชื่อมต่อกับโลกภายนอก และ endpoints นั้นก็มีช่องโหว่ซึ่งก็คือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในพื้นที่ของเราเอง ดังนั้นเราควรเช็กให้ชัวร์ก่อนว่าเครื่องของเราปลอดภัยพอที่จะเชื่อมต่อกับ Wi-Fi สาธารณะไหม? หรือถ้าไม่ชัวร์ก็ให้รอจนกว่าเราจะเจอเครือข่าย Wi-Fi ที่ปลอดภัย

 

เพื่อความปลอดภัยในการใช้อินเทอร์เน็ต ให้ใช้การเชื่อมต่อ VPN ที่มีความปลอดภัย (virtual private network) VPN จะช่วยให้เรามีการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยระหว่างเครื่องของเราและ Internet server ที่ไม่มีใครสามารถตรวจสอบหรือเข้าถึงข้อมูลที่เรากำลังดูอยู่ได้

 

ดาวน์โหลด

 

ระวังข้อมูลที่เราดาวน์โหลด

 

Top goal ของอาชญากรไซเบอร์คือการหลอกล่อให้เราดาวน์โหลดมัลแวร์ โปรแกรม หรือแอปที่มีมัลแวร์ รวมถึงพยายามขโมยข้อมูลของเรา มัลแวร์นี้สามารถปลอมตัวเป็นแอปได้ตั้งแต่ popular game ไปจนถึงแอปเช็กการจราจร หรือแอปเช็กสภาพอากาศ ดังนั้นแนะนำว่าอย่า download apps ที่ดูน่าสงสัยหรือมาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ

 

เลือกใช้ Strong Passwords

 

รหัสผ่านนับว่าเป็นหนึ่งในจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของ Internet security structure ทั้งหมด และปัจจุบันก็ยังไม่มีวิธีไหนที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ 100% ปัญหาเกี่ยวกับรหัสผ่านที่พบได้บ่อยที่สุดก็คือผู้คนมักจะเลือกรหัสที่จำได้ง่าย ๆ (เช่น “password” และ “123456”) ซึ่งง่ายต่อการคาดเดามาก ดังนั้นเราควรตั้งรหัสผ่านที่คาดเดาได้ยาก เพื่อไม่ให้อาชญากรไซเบอร์เข้ามาขโมยข้อมูลของเราได้ง่ายขึ้น

 

รหัสผ่าน

 

ปัจจุบันนี้มี password manager software หลายตัวที่สามารถช่วยเราจัดการกับรหัสผ่านหลายรหัสและยังสามารถป้องกันการลืมรหัสผ่านของเราได้ สำหรับ strong password ก็คือรหัสที่ไม่ซ้ำใครและมีความซับซ้อน และอาจจะมีความยาวอย่างน้อย 15 อักขระ โดยอาจผสมตัวอักษร ตัวเลข และอักขระพิเศษเข้าไปด้วย

 

ซื้อสินค้าออนไลน์จากเว็บไซต์ที่ปลอดภัย

 

ทุกครั้งที่เราซื้อสินค้าออนไลน์ เราต้องกรอกข้อมูลบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ซึ่งเป็นสิ่งที่อาชญากรไซเบอร์ชอบมากที่สุด ดังนั้นเราควรกรอกข้อมูลบัตรต่าง ๆ ของเราเฉพาะเว็บไซต์ที่ปลอดภัยและเชื่อมต่อ encrypted (Encryption คือการเข้ารหัส หรือการแปลงข้อมูลให้เป็นรหัสลับ ไม่ให้ข้อมูลความลับนี้ถูกอ่านได้โดยบุคคลอื่น) เท่านั้น สำหรับเว็บไซต์ที่ปลอดภัยเราสามารถดูได้จาก web address ที่ขึ้นต้นด้วย https: (S ย่อมาจาก secure) นอกจากนี้บางเว็บก็อาจมีรูปไอคอนแม่กุญแจถัดจากแถบ web address ด้วย

 

โพสต์

 

ระวังอะไรก็ตามที่เราโพสต์

 

บนโลกของอินเทอร์เน็ต comment หรือรูปภาพที่เราโพสต์ อาจอยู่บนโลกออนไลน์ตลอดไปก็ได้ เนื่องจากการลบอะไรที่เราโพสต์ไปแล้ว ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะไม่แคปหรือ copies โพสต์ของเราเอาไว้ และไม่มีทางที่เราจะ “take back” สิ่งที่เราโพสต์กลับคืนมาได้ ถ้าหากไปอยู่ในมือของคนอื่นแล้ว ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคืออย่าโพสต์อะไรที่จะทำให้เราเสียใจในอนาคตเลย

 

ระวังคนในโลกออนไลน์

 

บางครั้งคนที่เราเจอในโลกออนไลน์ อาจไม่ใช่ตัวตนจริง ๆ ของเขาก็ได้ จากรายงานของ InfoWorld พบว่า fake social media profiles เป็นวิธียอดฮิตของเหล่าแฮกเกอร์ในการหลอกลวงผู้ใช้เว็บที่ไม่ระวังตัว ดังนั้นเราควรระวังและมีสติอยู่เสมอเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ใน online social เช่นเดียวกับเวลาที่เราใช้ชีวิตอยู่ในโลกของความเป็นจริง

 

Antivirus

 

อัปเดต Antivirus Program อยู่เสมอ

 

Internet security software ไม่สามารถป้องกันภัยคุกคามทุกอย่างได้ แต่จะตรวจจับและลบมัลแวร์เสียส่วนใหญ่ แม้ว่าเราจะอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้วก็ตาม ดังนั้นอย่าลืมติดตามการอัปเดตของ operating system และแอปพลิเคชันที่เราใช้งานอยู่ เพราะ Internet security software ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกันในการป้องกันภัยคุกคาม

 

เวลาที่เราจะท่องอินเทอร์เน็ต อย่าลืมนึกถึงกฎ Internet safety พื้นฐานทั้ง 10 ข้อนี้ เพราะหากเราระวังตัวเองไม่มากพอ เราอาจจะต้องพบเจอกับเรื่องน่ากลัวมากมายที่แฝงตัวอยู่บนโลกออนไลน์ได้

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง: 3 วิธีทำให้การ Work from Home ปลอดภัยจากการถูกละเมิดข้อมูล

 

ที่มา: usa.kaspersky.com

 

ติดต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อปรึกษาหรือขอคำแนะนำด้าน Cybersecurity