Skip to content

คุณเสียเวลาไปกับอะไร ทั้งที่อาจใช้ตัวช่วยที่เร็วกว่าและง่ายกว่าได้

คุณเสียเวลาไปกับอะไร ทั้งที่อาจใช้ตัวช่วยที่เร็วกว่าและง่ายกว่าได้-01

Loading

ลองหยุดอ่านบทความนี้สัก 30 วินาที แล้วนึกทบทวนดูว่า ปีที่แล้ว หรือแม้กระทั่งปีนี้ผ่านมา 6 เดือน คุณเจอเหตุการณ์แบบนี้ไปแล้วกี่ครั้ง

ไม่ต้องตอบเสียงดัง นับเบาๆในใจก็พอ เพราะคำถามต่อไปนี้ อาจทำให้คุณอึ้งกับตัวเลขที่ไม่เคยคิดจะนับมาก่อน

เคยไหมที่ทีม IT ลาป่วยหรือลาพักร้อนพร้อมกัน แล้วปัญหาดันเลือกมาเกิดวันนั้น

Server ไม่เคยรู้ว่าใครลาพักร้อน ลูกค้าก็ไม่เคยสนใจว่าทีมไอทีไป Company Trip เมื่อระบบมีปัญหาในวันที่ “คนที่ใช่” ไม่อยู่ สิ่งที่เหลือให้ทำคือการหาทางแก้ไขจากระยะไกลแบบเดาสุ่ม หรือรอจนกว่าจะมีคนกลับมาทำงาน  และระหว่างนั้น ธุรกิจก็หยุดชะงักไปเรื่อยๆ

คุณเคยขับรถ หรือให้ทีมขับรถไปแค่เพื่อ "กดปุ่ม" หรือเปล่า

นี่คือภาพที่ฟังดูตลก แต่เกิดขึ้นจริงบ่อยกว่าที่คิด ทีมไอทีขับรถหลายชั่วโมง เสียเวลาทั้งวัน เพียงเพื่อไปกดปุ่ม Power, เสียบสาย HDMI ใหม่ หรือถ่ายรูปหน้าจอ Error ส่งกลับมาให้ดู งานที่ใช้เวลาจริงไม่ถึง 10 นาที กลายเป็นภารกิจที่กิน “1 วันทำงานเต็ม” ของคนคนหนึ่งไปอย่างสูญเปล่า

สาขาต่างจังหวัด ที่ต้องให้แก้ปัญหาที่ "แก้ง่ายมากแต่ไม่มีใครทำเป็นหรือฝากให้ใครทำได้"

พรินเตอร์ไม่ทำงาน, เซ็ต Router ในสาขาเปิดใหม่, ติดตั้งเครื่อง POS ปัญหาเหล่านี้ถ้าคุณอยู่หน้าเครื่องเอง อาจใช้เวลาแค่ 5-10 นาที กดปุ่ม Reset เสียบสายใหม่ ติดตั้งค่านิดหน่อย ก็จบ แต่เพราะคุณอยู่กรุงเทพฯ ส่วนปัญหาอยู่เชียงใหม่ ภูเก็ต หรืออุดรธานี สิ่งที่ตามมาคือการต้องวางแผนเดินทาง จองตั๋ว หรือขับรถหลายชั่วโมง เพื่อไปทำสิ่งที่ใช้เวลาจริงแค่เสี้ยวเดียวของการเดินทาง

ทีม IT ของคุณ ได้ทำงานที่ควรทำจริงๆ ไปเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับเวลาที่หายไปกับการเดินทาง

เพราะทุกชั่วโมงที่ทีมไอทีนั่งอยู่บนรถหรือเครื่องบิน คือชั่วโมงที่ควรใช้ไปกับการพัฒนาระบบ วางแผน Security หรือทำโปรเจกต์ที่สร้างมูลค่าให้องค์กร แต่กลับต้องเสียไปกับ Physical Task ง่ายๆ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะระดับ Engineer เลย

ทำไมปัญหานี้ถึงยังคงอยู่ ทั้งที่เรามี Cloud แล้ว?

หลายองค์กรคิดว่า พอย้ายทุกอย่างขึ้น Cloud แล้ว ปัญหาเรื่องการเดินทางไปหน้าไซต์จะหมดไป แต่ความจริงคือ Cloud ช่วยแก้ปัญหาได้แค่ชั้น Software เท่านั้น ส่วนชั้น Hardware หรือ Physical Infrastructure ยังคงต้องพึ่งพา “มือ” ที่อยู่ในพื้นที่อยู่ดี

เมื่อสาย Network หลุด ไม่ว่า Cloud จะล้ำสมัยแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้ เมื่อเครื่อง Hang ก็ต้องมีคนไปกดปุ่ม Restart เมื่อ UPS เสีย ก็ต้องมีคนไปเปลี่ยนตัวใหม่ นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Last Mile Problem ของวงการ IT ยุค Digital Transformation  เทคโนโลยีไปไกลแค่ไหน สุดท้ายก็ยังต้องการคนอยู่หน้างานอยู่ดี

ถ้าปัญหาเหล่านี้ฟังดูคุ้นเคย คุณไม่ได้เป็นคนเดียว

สิ่งที่น่าสนใจคือ จากการสำรวจพบว่า ปัญหา IT ส่วนใหญ่ที่ต้องการคนไปหน้างานจริงๆ นั้น ไม่ใช่ปัญหาที่ซับซ้อน เสียบปลั๊ก กดปุ่ม Reset เปลี่ยนสาย Network หรือถ่ายรูปข้อความ Error ส่งมาดู งานเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้ Network Engineer หรือ System Administrator ระดับสูง แต่ต้องการแค่คนที่ “พร้อม” และ “ทำตามคำสั่งได้”

คำถามคือ แล้วทำไมองค์กรถึงยังต้องส่งคนที่มีทักษะสูง เดินทางไกล เพื่อไปทำงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะสูงเลย

มีทางแก้แล้ววันนี้ ไม่ต้องรอให้ปัญหาเกิดซ้ำอีก

นี่คือจุดที่แนวคิดแบบ Remote Hands เข้ามาตอบโจทย์  คุณไม่จำเป็นต้องมีคนของตัวเองประจำทุกสาขา แต่ใช้เครือข่ายคนในพื้นที่ ที่พร้อมเป็น “มือ” และ “ตา” ให้คุณผ่าน Video Call แบบ Real-time โดยที่คุณยังคงเป็นคนควบคุมและสั่งการทุกขั้นตอนเหมือนอยู่หน้างานด้วยตัวเอง

หลักการง่ายๆ คือ คุณคือสมอง Agent ในพื้นที่คือมือ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นที่สาขาไหนก็ตามทั่วประเทศ เพียงแจ้งเข้าระบบ ก็จะมีคนที่พร้อมที่สุดและใกล้ที่สุดถูก Dispatch ไปยังหน้างานทันที ไม่ต้องรอทีม IT เดินทางไกล ไม่ต้องยกเลิกวันหยุด และไม่ต้องเสียเวลาทั้งวันไปกับงานที่ใช้เวลาจริงแค่ไม่กี่นาที

หากคุณลองนับดูแล้วพบว่า ปีนี้เจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วหลายครั้ง บางทีคำถามที่ควรถามต่อไปอาจไม่ใช่ “จะแก้ปัญหานี้อย่างไร” แต่เป็น “ทำไมถึงปล่อยให้เกิดขึ้นซ้ำมานานขนาดนี้”

เพราะทุกวันนี้ การมี “แขนขา” ทั่วประเทศ ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไปแล้ว สนใจหรือต้องการรายละเอียดบริการ “ร่างทรงไอที” เพิ่มเติม ติดต่อ ProSpace ได้ที่

โทร : 085-449-7373 หรือ Email SALES@PROSPACE.SERVICE