การแฮกข้อมูลบริษัทใหญ่มีมากขึ้น และหนึ่งในปัญหาสำคัญคือชื่อเสียงบริษัท!

การแฮกเพื่อขโมยข้อมูลมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะการแฮกทางอินเทอร์เน็ต การแฮกอาจมีผลกระทบที่มีค่าใช้จ่ายสูง รวมถึงการที่เจ้าของข้อมูลพยายามเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ที่ดูแลระบบ แต่เชื่อไหมว่าความเสียหายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ CEO คือเรื่องของชื่อเสียงบริษัท ที่ทำให้ซีอีโอต้องนอนไม่หลับมาแล้วหลายราย

 

▶︎ ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมามีการโจมตีแบบฟิชชิงเพิ่มขึ้น 46%

 

 

ฟิชชิง

 

Mimecast องค์กรที่รายงานความปลอดภัยทางอีเมลเปิดเผยว่า ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมามีการโจมตีแบบฟิชชิงเพิ่มขึ้น 46% มีการแอบอ้างว่าเป็นบุคคลอื่นทางอีเมลเพิ่มขึ้น 75% ซึ่งการแอบอ้างว่าเป็นบุคคลอื่นทางอีเมลนั้นเกิดขึ้นใน 100 วันแรกของการเกิดโรคระบาด Covid-19

 

การโจมตีทางไซเบอร์อีกรูปแบบหนึ่งที่เพิ่มมากขึ้น คือการใช้แรนซัมแวร์เพื่อรีดไถเงินจากบริษัทต่าง ๆ เพื่อให้บริษัทเหล่านั้นจ่ายเงินให้ระบบไอทีกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม หรือเพื่อไม่ให้ข้อมูลถูกปล่อยออกมา  (ในกรณีที่บริษัทนั้นมีชื่อเสียง)

 

▶︎ คำแนะนำหากบริษัทของคุณถูกแฮกข้อมูลสำคัญ 

 

แฮกข้อมูล

 

  • ประการแรกซีอีโอต้องแสดงความเป็นผู้นำ เพราะนี่เป็นสิ่งสำคัญเมื่อเกิดภาวะวิกฤตในบริษัท
  • ผู้บริหารระดับสูงควรสร้างความมั่นใจให้กับพนักงานและลูกค้า ด้วยการบอกข้อเท็จจริงในสิ่งที่เกิดขึ้น
  • ผู้บริหารควรบอกวิธีที่กำลังแก้ปัญหากับวิกฤตที่เกิดขึ้น แก่พนักงานและลูกค้า เพราะบริษัทของคุณจะก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ ก็ขึ้นอยู่กับความไว้วางใจในตัวผู้บริหารของพนักงาน ซัพพลายเออร์ ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน
  • หากคุณเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียง ไม่ต้องรอให้มีการสอบสวนภายในเสร็จสิ้นก่อน แต่ควรที่จะต้องออกสื่อแถลงเลย เพราะคุณจำเป็นต้องแจ้งให้สาธารณชนทราบว่าตอนนี้บริษัทของคุณกำลังตรวจสอบข้อมูลและแก้ไขปัญหาอยู่ เนื่องจากการแก้ปัญหาเรื่องการแฮกข้อมูลนั้นใช้เวลาค่อนข้างนาน การจัดการสื่อและการส่งข้อความเชิงรุกเป็นสิ่งสำคัญในการจัดการวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ

 

▶︎ ทั้งโรงแรม Marriott และสายการบิน British Airways ก็โดนแฮกมาแล้ว

 

โรงแรม

 

อีกหนึ่งตัวอย่างในบริษัทที่มีชื่อเสียงคือเครือโรงแรม Marriott ที่ถูกแฮกข้อมูลในปี 2018 ในการแฮกครั้งนั้นมีรายงานว่าข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าและรายละเอียดส่วนตัวอื่น ๆ กว่า 339 ล้านคน ถูกขโมยไปจากฐานข้อมูลการจองโรงแรมในเครือ Marriott ทั่วโลก นอกจากนี้ยังพบว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2014 ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลของสหราชอาณาจักรแจ้งว่าอาจต้องปรับโรงแรม Marriott 99.2 ล้านปอนด์ หรือ 4,015.53 ล้านบาทไทย

 

อีกตัวอย่างคือสายการบิน British Airways (BA) ในปี 2018 แฮกเกอร์เจาะข้อมูลของลูกค้ากว่า 500,000 รายในช่วงเวลาเพียงแค่สองสัปดาห์ ซึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาสำนักงานของกรรมาธิการข้อมูลประกาศว่าจะปรับเงินสายการบิน British Airways 20 ล้านปอนด์ หรือ 800 ล้านบาทไทย สำหรับความประมาทในครั้งนี้

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง : Robinhood บริษัทการเงินของอเมริกา เจอแฮกบัญชีเกือบ 2,000 บัญชี

 

อ้างอิง : businesslive.co.za