Cyber Security เครื่องมือไซเบอร์ อาจจะเครื่องมือฝังไวรัสคอมพิวเตอร์

Cyber security

Cyber security หรือการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ คือการช่วยป้องกันระบบต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์  ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันดูเหมือนว่าอุปกรณ์ใกล้ตัวของเราเริ่มเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กรอบๆตัวเรามากขึ้นเรื่อยๆ

โดยสิ่งหนึ่งในนั้นเป็นอุปกรณ์ที่เรียกว่า IoT หรือ อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things) ตั้งแต่นาฬิกา เครื่องช่างน้ำหนัก ลำโพง หรือแม้กระทั่งหลอดไฟก็ตาม มันเป็นสิ่งที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและถูกโจมตีได้ ถ้าหากไม่มีระบบ Cyber security ที่ป้องกันการเข้าถึงข้อมูล

ชีวิตของเราต้องพึ่งพา Cyber Security มากแค่ไหน?

สิ่งหนึ่งของอุปกรณ์ที่เชื่อมอินเตอร์เน็ตหรือ IoT นั้นเข้ามาสร้างความสะดวกสบายให้เรามากมาย เช่น เก็บข้อมูลการนอน เก็บข้อมูลความดันโลหิต หรือเก็บข้อมูลการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จะเป็นอย่างไรถ้าหากอุปกรณ์เหล่านั้นถูกโจรกรรมไปเพื่อนำไปขายให้กับผู้ที่ไม่หวังดี ฉะนั้นเราจึงต้องพึ่งพาระบบในการมาป้องกัน ที่เรียกว่า Cybersecurity นั่นเอง

cyber security

ประเภทของ Cybersecurity มีอะไรบ้าง?

1) Critical infrastructure security

ประกอบด้วย cyber-physical systems ที่สังคมสมัยใหม่ต้องพึ่งพา ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ทั้งระบบโครงข่ายไฟฟ้า (electricity grid) ระบบน้ำประปา ระบบไฟจราจร ระบบข้อมูลคนไข้ในโรงพยาบาลเป็นต้น

ซึ่งในปัจจุบันอุปกรณ์เหล่านี้จำเป็นต้องพึ่งพาระบบเครือข่ายในการให้คอมพิวเตอร์มาช่วยทำงาน เช่น การเก็บข้อมูลปริมาณส่งไฟฟ้า เก็บข้อมูลการจ่ายน้ำประปาเข้าครัวเรือน การควบคุมจราจรโดยวัดความหนาแน่นของรถบนถนน ต่างๆเหล่านี้ช่วยให้มนุษย์ทำงานได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องมากขึ้นนั่นเอง

การมีโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกดูแลโดยรัฐบาลนั่นเอง ซึ่งในปีที่ผ่านมาเรามีเหตุการณ์ที่ระบบ Network ของหน่วยงานต่างๆถูกโจมตี และนำข้อมูลมาขายทางเว็บมืดมากมาย ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นเสมือนสิ่งที่แจ้งเตือนให้กับผู้ดูแลออกมาว่า ระบบที่มีมันยังต้องพัฒนามากขึ้นไปอีกนั่นเอง



Cyber security2) Application security

Application security เป็นหนึ่งในมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ควรต้องมีเพื่อใช้ปกป้องระบบ application security

จะใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เพื่อจัดการกับภัยคุกคามภายนอกที่อาจเกิดขึ้นในขั้นตอนการพัฒนาแอปพลิเคชัน แอปพลิเคชันสามารถเข้าถึงได้ง่าย ๆ ผ่านระบบเครือข่าย ทำให้การใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยในระหว่างการพัฒนาแอปเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากที่สุด

โดยแบ่งประเภทเป็น
– ระบบไฟร์วอลล์ที่กรองข้อมูลของภาพรวมทั้งระบบ
– โปรแกรมสแกนไวรัสที่ตรวจจับไวรัส
– Encryption programs หรือโปรแกรมเข้ารหัส

โดยเบื้องต้นของเครื่องมือเหล่านี้จะช่วยคัดกรองการแอบเข้าถึงข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาต จากผู้ให้บริการทั้งสามารถตรวจจับข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของเจ้าของข้อมูลนั่นเอง

Ransomware คือ3) Network security

เนื่องจาก Cyber security เกี่ยวข้องกับการถูกโจมตีจากผู้ใช้นอกเครือข่าย ดังนั้น Network security จึงเป็นการป้องกันการบุกรุกเข้ามาภายในเครือข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

ช่วยให้มีความปลอดภัย และเป็นการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานและยับยั้งบุคคลภายนอกที่อาจเข้ามาเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงาน

ปัจจุบันอุปกรณ์ที่เรียกว่า Firewall นั้นนอกจากทำการกรองข้อมูล กรองผู้ใช้ที่ปลอมเนียน จนระบบยากจะแยกออกแล้ว มีการพัฒนาเครื่องมือที่เรียกว่า Machine learning ที่เป็นการเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้งานที่แอบปลอมเนียนเข้าระบบ ให้ตัว Firewall นั้นแยกแยะผู้แอบเข้ามาใช้งานได้ดีขึ้นตัวอย่างการเรียนรู้ด้วย Machine learning เช่น การจดจำเวลาที่เข้าใช้งาน ความเร็วในการเข้าหน้าต่างๆ หรือแม้กระทั่งความเร็วในการกดคลิกคำสั่ง ก็ล้วนทำให้ระบบ Machine learning สามารถวิเคราะห์ออกมาว่าพฤติกรรมต่างๆเหล่านี้เป็นอย่างไร และเป็นการเข้าใช้ด้วยตัวปลอมหรือเปล่า เป็นต้น

4) Cloud security & Cloud computing

ระบบคลาวด์ หรือ Cloud security คือหนึ่งใน Cybersecurity เป็นระบบที่ถูกใช้งานแพร่หลายมากขึ้นหลังจากการใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแบบแพร่หลาย โดยระบบนี้ใช้โปรแกรมมาควบคุม ข้อมูลบน  Cloud resources

นอกจากนี้ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ที่กำลังพัฒนาและใช้เครื่องมือ security ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ระดับองค์กรสามารถรักษาความปลอดภัยของข้อมูลให้ดียิ่งขึ้นเมื่อการเติบโตของระบบ Cloud ทั้งระบบ Server และ Security ก็เกิดนวัตกรรมขึ้นมาเพิ่มที่ชื่อว่า Cloud computing ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการเก็บข้อมูลในรูปแบบออนไลน์



โดยปกติแล้วการประมวลผลข้อมูลเป็นล้านๆรายชื่อออกมาด้วยคอมพิวเตอร์ปกตินั้น อาจจะใช้เวลา 3 ปี แต่การใช้ระบบดังกล่าวที่เป็นคอมพิวเตอร์เร็วสูงมาช่วยประมวลผล จะช่วยลดเวลาคิดคำนวลผลเหลือเพียง 3 วันก็เป็นได้เช่นกันอย่างไรก็ตามระบบ Cloud server และ Cloud computing เหล่านี้เราต้องทำการเชื่อมเข้าระบบด้วยอินเตอร์เน็ตนั่นเอง ซึ่งยังต้องมีข้อด้อยด้านความปลอดภัยที่ถูกโจมตีได้ง่ายอยู่นั่นเอง

5) Internet of things (IoT) security

เป็นระบบทางกายภาพไซเบอร์ที่มีความหลากหลาย เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าระบบเซ็นเซอร์, โทรทัศน์, อุปกรณ์กระจายสัญญาณ, เครื่องพิมพ์, และกล้องวงจรปิดการศึกษาโดย Bain พบว่า ความปลอดภัยเป็นหนึ่งในอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของ IoT ซึ่งบริษัทต่าง ๆ จะซื้ออุปกรณ์ IoT เพิ่ม ถ้าหากพบว่าอุปกรณ์ IoT ที่ใช้อยู่มีความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัย นอกจากนี้บริษัทส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยสนใจในเรื่องของมูลค่าและการเติบโตของ IoT อีกด้วย หากธุรกิจของคุณใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต มันก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการป้องกันความเสี่ยงก่อนที่ผลิตภัณฑ์นั้นจะถูกจัดส่งหรือใช้งาน และจงจำไว้ว่าทุกอุปกรณ์ทางไอทีนั้นมีความเสี่ยงแทบทุกเครื่อง

Cyber security คือวางระบบใหม่

ปัจจุบันนี้เมื่อมีการเติบโตทางการใช้งานอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และการใช้งานที่เชื่อมต่อด้วยอินเตอร์เน็ต โดยมีทั้งข้อมูลสำคัญ และข้อมูลละเอียดอ่อนมากมายที่เป็นที่หมายของแฮกเกอร์มากขึ้น ทำให้ระบบ Cyber Security ต้องมีการดูแลที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้เองการให้ทีมผู้เชี่ยวชาญเข้ามาคอยดูแลให้ตลอดจึงช่วยให้ระบบงานมีความเสถียร และ ลดเวลาการแก้ปัญหาที่ยาวนาน ผ่านบริการ Firewall as a Service


References :  Source1 / Source2 / Source3 / Source4 / Source5

FWaaS advantage

บริการออกแบบเครือข่าย Network security (Firewall as a Service)

  • ออกแบบระบบ Network security
  • ลำดับความปลอดภัยของข้อมูล
  • ดูแลฐานข้อมูลความปลอดภัยให้เป็นปัจจุบัน
  • ดูแลระบบให้ตลอดอายุสัญญา

ปรึกษาการทำระบบ Cyber Security

กรอกแบบฟอร์มด้านล่างนี้

Dark web คือเว็บไซต์อีก 95% ที่หายไปจากหน้า Google มันคือเว็บอะไร มาดูกัน

dark web

Dark web หรือเว็บมืด เป็นกลุ่มของเว็บไซต์ที่ซ่อนตัวอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต และสามารถเข้าถึงได้โดยเว็บเบราว์เซอร์เฉพาะเท่านั้น สร้างขึ้นมาเพื่อกิจกรรมทางอินเทอร์เน็ต โดยจะไม่เปิดเผยตัวตนและมีความเป็นส่วนตัว ซึ่งเว็บเหล่านี้มีทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย แต่ส่วนใหญ่คนจะใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับจากรัฐบาล และก็เป็นที่รู้กันดีว่าถูกนำไปใช้เพื่อกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

เว็บที่มองเห็น เว็บที่มองไม่เห็น

ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตมีหน้าเว็บ ฐานข้อมูล และเซิร์ฟเวอร์หลายล้านหน้าและทำงานตลอด 24 ชั่วโมง บางครั้งอินเทอร์เน็ตก็ถูกเรียกว่า “เว็บที่มองเห็น” (หรือ Aka surface web และ Open web) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่สามารถค้นหาบน Search engines ได้ เช่น Google และ Yahoo อย่างไรก็ตามมีอีกหลายคำศัพท์ที่หมายถึง ‘เว็บที่มองไม่เห็น’ (Non-Visible Web) ซึ่งเดี๋ยวเราจะพาไปรู้จักกันต่อไป

surface web1) เว็บทั่วไป (Surface web) คืออะไร?

Surface web หรือ Open web คือชื่อเรียกของเว็บไซต์ที่ “มองเห็นได้”  ซึ่งทางสถิติแล้วเว็บไซต์กลุ่มนี้มีเพียง 5% ของเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตทั้งหมด

และถ้าเปรียบเทียบกับภูเขาน้ำแข็งแล้ว เว็บพวกนี้ก็เหมือนส่วนยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำออกมา ปกติแล้วเว็บไซต์ทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ผ่านเบราว์เซอร์ยอดนิยม เช่น Google Chrome, Internet Explorer และ Firefox ซึ่งเว็บไซต์พวกนี้มักจะลงท้ายด้วย “. com” และ “.org” รวมถึงสามารถค้นหาได้ง่ายด้วย Search Engines ยอดนิยมอื่น ๆ Surface web เป็นเว็บที่หาได้ง่าย เนื่องจาก search engines สามารถ index เว็บพวกนี้ผ่านลิงก์ที่มองเห็นได้ (visible links) กระบวนการนี้เรียกว่า “การรวบรวมข้อมูล” หรือการ crawling เพราะ search engine ค้นหาเว็บไซต์ด้วยการไต่ไปตามเว็บต่าง ๆ เหมือนแมงมุม

dark web2) Dark web คืออะไร?

หรือเรียกอีกอย่างว่า Deep web มีสัดส่วนประมาณ 95% ของเว็บไซต์ทั้งหมด ถ้าจะเปรียบเทียบเป็นภูเขาน้ำแข็ง เว็บเหล่านี้ก็เหมือนน้ำแข็งที่อยู่ใต้น้ำที่มีปริมาณขนาดใหญ่มาก

เป็นเว็บที่ซ่อนตัวอยู่มากจนไม่สามารถหาเจอได้ว่ามีการใช้งานกี่ pages หรือมีเว็บไซต์กี่เว็บ ถ้าจะเปรียบเทียบ search engines เหมือนเรือประมงขนาดใหญ่ที่สามารถ “จับ” ได้เฉพาะเว็บไซต์ที่อยู่เหนือผิวน้ำก็ไม่ผิด และข้อมูลอย่างอื่นไม่ว่าจะเป็นเว็บวารสารวิชาการ ไปจนถึงฐานข้อมูลส่วนตัว และเนื้อหาที่ผิดกฎหมายอื่น ๆ search engines ก็ไม่สามารถจับได้ อีกทั้ง Deep web นี้ก็ยังมีอีกชื่อนั่นก็คือดาร์กเว็บนั่นเอง

dark webสำหรับชื่อที่ใช้เรียกเว็บมืดบางแหล่งก็ใช้คำว่า “deep web” และ “dark web” แต่ส่วนใหญ่แล้วเว็บพวกนี้จะถูกกฎหมายและมีความปลอดภัย ซึ่ง Deep Web ส่วนใหญ่ได้แก่ :

– Databases

คือไฟล์ส่วนใหญ่ในเว็บจะมีทั้งแบบเป็นสาธารณะและแบบส่วนตัวที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับส่วนอื่น ๆ ของเว็บ จะค้นหาได้เฉพาะภายในฐานข้อมูลเท่านั้น

– Intranets

คือเครือข่ายภายในขององค์กร รัฐบาล และข้อมูลด้านการศึกษา เป็นสิ่งที่ใช้ควบคุมข้อมูลส่วนตัวภายในขององค์กรอีกทีหนึ่ง หากสงสัยว่าจะเข้าถึง deep web ได้ยังไง? บางทีคุณอาจใช้มันทุกวันอยู่แล้วแต่คุณไม่รู้ ซึ่งคำว่า “deep web” หมายถึง web pages ทั้งหมดที่ search engines หาไม่เจอส่วนใหญ่จะมีรหัสผ่านหรือระบบความปลอดภัยพิเศษป้องกันอยู่ 

3) Dark web คืออะไร

หมายถึงเว็บไซต์ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับบน Serch engine และค้นหาได้ทั่วไป

ต้องเข้าถึงได้ผ่านเว็บเบราว์เซอร์พิเศษเท่านั้น ซึ่งจำนวนของเว็บเหล่านี้แท้จริงแล้วแทบจะเป็นส่วนทั้งหมดของเว็บไซต์บนโลกนี้ โดยถือเป็นเว็บไซต์ในประเภทที่หายากที่สุด ถ้าให้เทียบกับภูเขาน้ำแข็ง dark web จะเป็นส่วนของน้ำแข็งที่อยู่ข้างล่างสุดเลยมากที่สุด และเชื่อว่ามีถึง 95% ของโลกนี้เป็นเว็บไซต์ที่หาไม่เจอบน Search engine นั่นเอง

zero trustสรุป

การเลือกใช้อินเตอร์เน็ตในชีวิตประจำวันของเราถึงแม้ว่าจะมีโอกาสเจอโจรกรรมทางอินเตอร์เน็ตไม่มากก็ตาม

ถ้าหากขาดผู้ดูแลระบบความปลอดภัยที่ดีก็อาจจะกลับมาส่งผลอันตรายในอนาคตได้ ดังนั้นการจัดการระบบไอทีใหม่อย่างถูกต้อง ดูแลระบบ Firewall ให้สามสามารถป้องกันการโจมตีจากผู้ไม่หวังดีได้อย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ลดโอกาสการถูกโจมตีจาก Ransomware ด้วย Firewall as a Service

บริการ Firewall as a Service

ป้องกันโจมตี Ransomware จากทีม Cyber security

FWaaS advantage

ปรึกษาปัญหาการทำระบบ Cyber Security

ทีมงานจะติดต่อกลับไป

Firewall คือ อะไร? กำแพงป้องกันข้อมูลทางไซเบอร์ ที่ทุกบริษัทต้องมี

Firewall คือ

Firewall คือ อุปกรณ์หรือซอฟแวร์ที่เป็นเหมือน รปภ.ของคอมพิวเตอร์บริษัท โดยเฉพาะการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ในบริษัทนี่เอง ทำให้มีอาชญากรนั้นเห็นช่องทางการขโมยข้อมูลด้วย Ransomware ทำให้บทบาทของ Firewall นั้นมีมากขึ้น แล้วจริงๆหน้าที่ และการทำงานมันมีอะไรบ้างมาติดตามกันเลย

Firewall คือ พระเอกของไอทีบริษัท

  • Firewall คือระบบรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายคอมพิวเตอร์

ที่จะทำหน้าที่เปิด ปิด การเข้าถึงข้อมูลจากภายนอก เช่น อินเตอร์เน็ต จนถึงการเข้าถึงเครือข่ายภายใน ยิ่งในปัจจุบันอินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น การถูกเข้ามาคุกคามจาก Hacker เป็นเรื่องที่ต้องระวัง เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ให้ความสำคัญกับการตั้งค่าความปลอดภัยเท่าที่ควร ทำให้กลุ่ม Hacker หรือผู้ที่ต้องการบุกรุกสามารถเจาะข้อมูลจาก IP Address และขโมยข้อมูลได้ง่าย Firewall จึงเปรียบเสมือนกำแพง ที่ป้องกัน Malware, Virus หรือกลุ่มที่ต้องการผู้บุกรุกไม่ให้ขโมยข้อมูลได้อีกด้วยfirewall คือ

Firewall คือ มีทั้งแบบกล่อง (Hardware) และ โปรแกรม (Software)

การเลือกใช้ Firewall ในบริษัทนั้นต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติหลักของมัน โดยการจัดระเบียบโครงสร้างของไอทีในบริษัท เช่น การแบ่งระดับความลับของข้อมูล ผู้ทำงานสามารถเข้าถึงข้อมูลเฉพาะที่รับผิดชอบ ผู้บริหารมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลได้ในส่วนที่ตัวเองดูแล เป็นต้น โดยการเลือกใช้ Firewall มีคุณสมบัติที่แตกต่างและคล้ายกับโปรแกรมป้องกันไวรัส Antivirus แต่ในความเป็นจริงแล้ว AntiVirus เป็นเพียงเหมือนการจ้างคนมาเฝ้าที่รู้ตอนคนบุกรุกแล้ว แต่ Firewall จะมีหน้าที่ป้องกันตั้งแต่แรกจนกระทั่งสามารถตรวจจับการบุกรุกได้อย่างครบวงจร โดยแบ่งได้ 2 รูปแบบ

Firewall software
ตัวอย่างโปรแกรม Firewall จาก Windows11
  • Firewall Software (โปรแกรมไฟร์วอลล์)

    เปรียบเสมือนกำแพงป้องกันที่ถูกลง Software ไว้ที่ตัวระบบปฏิบัติการ การป้องกันนั้นเป็นการสร้างแนวป้องกันไว้สำหรับคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว โดยใช้ CPU ประมวลผลการทำงาน ทำให้หลายครั้งเอง Firewall software เองนั้นมีความสามารถในการป้องกันที่พอสำหรับใช้งานส่วนบุคคล แต่ไม่สามารถป้องกันภาพรวมทั้งองค์กรได้ จึงเป็นที่มาของการพัฒนา Firewall Hardware ระดับองค์กร 

    Firewall hardware
    ตัวอย่าง Firewall hardware
  • Firewall Hardware

    เปรียบเสมือนกำแพงที่เป็นอุปกรณ์ป้องกันจากภายนอก โดยความแตกต่างกับตัว Software ก็คือการที่สามารถจัดตั้งระบบความปลอดภัยขององค์กร เช่น ถ้าต้องการแบนเว็บไซต์ A ไม่ให้คอมพิวเตอร์ หรือ อุปกรณ์ในเครือข่ายเข้าไปได้ ก็จะวางระบบป้องกันกับอุปกรณ์ Firewall Hardware นั้นเอง



การออกแบบ Firewall ระดับองค์กรต้องใส่ใจรายละเอียด

จะเห็นได้ว่า Firewall มีหน้าที่ป้องกัน ปิดกั้นและตรวจสอบกิจกรรมบนระบบเครือข่ายที่เป็นอันตรายจากภายนอก ไม่ให้เข้าข้อมูลขององค์กรและข้อมูลส่วนตัวได้ดี และปฏิเสธไม่ได้ว่า Firewall มีความสำคัญสำหรับองค์กรเป็นอย่างมาก เพราะทำให้สามารถตรวจสอบระบบต่างๆ รวมถึงการบล็อค Website, Application ที่ไม่เหมาะสม ที่ไม่ต้องการให้พนักงานเข้าถึง แต่กระบวนการตั้งแต่การเริ่มต้นวางระบบนั้น ต้องเกิดจากการร่วมมือกันกับทุกคนในองค์กร 

  • ระดับผู้บริหารที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายความปลอดภัย

  • ระดับ IT ที่เชี่ยวชาญระบบ Cyber Security ต้องค้นหา Firewall ที่เหมาะสมกับปริมาณข้อมูลของบริษัท (Network traffic) 

  • ระดับ IT Support ที่มีหน้าที่เข้ามาคอย monitor การบุกรุก รวมถึงการเก็บ Log ตามกฏหมาย พรบ.คอมพิวเตอร์

  • ระดับปฏิบัติการในแผนกต่างๆ ที่ต้องมีหน้าที่เข้าใจวิธีการตั้งรับการบุกรุกจากภายนอก และแจ้งให้กับไอทีที่ดูแล มาคอยตั้งค่าระบบให้มีความปลอดภัยอยู่เสมอ

ดังนั้นการเริ่มต้นการสร้างระบบ Firewall นั้นอาจจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากในช่วงแรก แต่เป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการเรียกค่าไถ่ของ Hacker ที่ระบาดมากขึ้น และเก่งขึ้นแข่งขันกับการแข่งขันของนักพัฒนา Cyber Security นั้นเอง

firewall คือ

จัดระเบียบความปลอดภัยด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญ

หลายองค์กรนั้นไม่ได้มาจากวงการไอที ทำให้พนักงานไอทีที่มี หรือบางทีก็ไม่มีพนักงานไอทีประจำเอง ไม่สามารถจะเลือกและสร้างระบบ Firewall ด้วยตัวเองได้ เหตุนี้เอง Prospace จึงมีการพัฒนา Firewall พร้อมทีม Cyber security ในการเข้าออกแบบระบบ ติดตั้งระบบ และซัพพอร์ตการทำงานอย่างครบวงจร 

บริการจัดการระบบความปลอดภัยข้อมูล Network Security (FWaaS)

  • ช่วยออกแบบโครงสร้าง Network องค์กรให้เสถียร ตามความต้องการของผู้ใช้งาน (Customer centric)
  • สร้าง Network โดยเรียงระดับการรักษาความปลอดภัย ตามระดับความปลอดภัยที่ต้องการ
  • มีทีม Cyber Security เข้ามาดูแลระบบ โดยไม่ต้องจ้างพนักงานเฉพาะทางมาดูแล

ปรึกษาบริการ FWaaS

กรอกแบบฟอร์มเพื่อติดต่อกลับ