fbpx Skip to content

5 ภัยคุกคามทาง Cybersecurity ที่ธุรกิจอาจต้องเผชิญในปี 2021

Cybersecurity

ตลอดปี 2020 การระบาดครั้งใหญ่ของโรค COVID-19 ได้ทำให้บรรดาแฮกเกอร์ออกมาโจมตีมากขึ้นกว่าเดิม  เนื่องจากการ lockdown และมาตรการ social distancing ของทั่วโลก ทำให้หลายธุรกิจต้องพับ projects ที่กำลังจะริเริ่ม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีและพนักงานได้มีเวลาเตรียมตัวกับการเริ่มทำงานจากที่บ้าน

 

ในปี 2020 เนื่องจากโคโรนาไวรัสทำให้ cyberattack (การโจมตีทางไซเบอร์) ได้เพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อม ๆ กับการเพิ่มขึ้นของ cybercrime (อาชญากรรมไซเบอร์) โดยคาดว่าน่าจะเพิ่มขึ้นถึง 400 เปอร์เซ็นต์ ทางด้าน Microsoft รายงานว่าในสหรัฐอเมริกา การโจมตีแบบ phishing และ social engineering พุ่งสูงขึ้นเป็น 30,000 ต่อวัน ส่วนนักวิจัยด้านภัยคุกคามกล่าวว่า ransomware attacks เพิ่มขึ้นถึง 800 เปอร์เซ็นต์

 

จะเห็นได้ว่า ทุกคนตกเป็นเป้าหมายของ cyberattacks แต่มีแนวโน้มว่าธุรกิจขนาดเล็กเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่พบบ่อยที่สุด โดยประมาณ 43% ของ cyberattacks มุ่งเป้าไปที่ธุรกิจขนาดเล็ก!

 

Cybersecurity คืออะไร?

 

Cybersecurity คือการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ เป็นการป้องกันระบบคอมพิวเตอร์จากการโจรกรรมหรืออะไรก็ตามที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และ digital data ต่าง ๆ ตลอดจนการป้องกันไม่ให้ธุรกิจหยุดชะงัก ปัจจุบันความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ (Cyber Security) มักเกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต เนื่องจากเราสามารถเข้าถึง network ได้ง่าย และ cyber security ยังหมายถึงการถูกคุกคามตั้งแต่คอมพิวเตอร์ที่มีการจัดเก็บข้อมูล ไปจนถึงการขโมยข้อมูลบริษัทและข้อมูลส่วนตัวของทุกคน

 

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะเจอข่าวว่าธนาคาร บริษัท คนขายของออนไลน์ และบริษัทอื่น ๆ ถูกละเมิดข้อมูลและข้อมูลของลูกค้าถูกขโมย

 

ในปี 2021 วงการธุรกิจอาจต้องเผชิญอะไรบ้าง?

 

ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cyber security กล่าวว่า ในปี 2021-2022 มีภัยคุกคามด้าน cyber security ถึง 6 อย่างที่น่าจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจมากที่สุด คือ:

 

Hacking the home

 

เนื่องจากผู้คนอาศัยอยู่บ้านและ working from home มากขึ้น จำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตจึงมีมากขึ้น พร้อม ๆ กับโลกและวิถีชีวิตของผู้คนที่เชื่อมต่อกันง่าย ทำให้แฮกเกอร์มีโอกาสเข้าถึงข้อมูลของเหยื่อผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น แอป และ web services ได้เพียงไม่กี่คลิก

 

ในขณะที่เราทำงานจากบ้านหรือท่องเว็บออนไลน์ Cyber criminals (อาชญากรไซเบอร์) พวกนี้ก็จะมองหาช่องโหว่เพื่อที่จะขโมยข้อมูลของเรา อีกทั้งคนที่ working from home ก็มักใช้อุปกรณ์ส่วนตัวในการทำงาน และ log in เข้าสู่ระบบในเว็บต่าง ๆ ผ่าน networks ภายในบ้าน โดยที่ไม่ได้รับการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างเต็มที่ 

 

ในช่วงปี 2020 ความกังวลด้านความไม่มั่นคงทางการเงินของชาวอเมริกันหลายล้านคนเพิ่มขึ้นสูงที่สุด เนื่องจากหลายคนตกงานหรือประสบปัญหาเรื่องชั่วโมงในการทำงาน หรือเงินเดือนที่ลดลง บางคนโชคร้ายซ้ำสองจากการตกเป็นเหยื่อของอาชญากรไซเบอร์ เนื่องจากไม่ได้เปลี่ยน default settings หรือเปลี่ยนรหัสผ่าน ทำให้อาชญากรสามารถเข้าถึง network ของเหยื่อได้ง่าย 

 

Beware of the ‘wares’

 

ในปี 2021 นักวิเคราะห์ด้าน Cyber Security เชื่อว่าภัยคุกคามที่ลงท้ายด้วย ‘wares’ ทั้งหมด เช่น ransomware, malware, spyware, scareware และ adware จะยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับทีมรักษาความปลอดภัย ตัวอย่างเช่น scam email ที่หลอกลวงผู้คนว่าเว็บแคมของพวกเขาจะถูกบุกรุกและจะเอารูปภาพหลุด ๆ ไปเผยแพร่ ซึ่งใน scam email บอกด้วยว่าต้องการให้เหยื่อชำระเงินด้วย Bitcoin เพื่อแลกกับการทำลายภาพหลุดดังกล่าวทิ้ง 

 

ในปี 2020 Ransomware ซึ่งคาดว่ามีมูลค่าถึง 20 พันล้านเหรียญทั่วโลก จะกลายเป็นสิ่งที่สร้างความเสียหายมากยิ่งขึ้นในปี 2021 โดยหน่วยงานด้าน cybersecurity มีการคาดการณ์ว่าในปี 2021 ธุรกิจจะตกเป็นเหยื่อของการโจมตีแบบ ransomware ทุก ๆ 11 วินาที ซึ่งลดลงจากปี 2019 ที่มีการโจมตีทุก ๆ 14 วินาที

 

Cloud-based threats

 

Cloud computing (การประมวลผลแบบคลาวด์) ได้เร่งพัฒนาขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2020 เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด หลายบริษัทเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงและใช้ประโยชน์จาก tools online ที่ตัวเองมีอยู่ เมื่อปี 2020 เราได้เห็นว่าธุรกิจต่าง ๆ จะยังคงดำเนินต่อไปในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบคลาวด์ และคาดว่าจะดำเนินการเช่นนี้ไปอีกในปี 2021 และปีต่อ ๆ ไป

 

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนไปใช้ระบบคลาวด์อย่างรวดเร็วนี้ ทำให้ธุรกิจต้องเผชิญกับความท้าทายและภัยคุกคามด้านความปลอดภัยมากมาย เช่น ช่องโหว่ของ Cloud app, การลบข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์, การกำหนดค่าที่ผิดพลาดใน cloud storage ซึ่งปัญหาใน cloud services ที่พบเจอเหล่านี้ ทำให้ยิ่งไปเพิ่มความเสี่ยงด้าน cybersecurity ยิ่งขึ้นไปอีก

 

QR code abuse

 

Scammers (นักต้มตุ๋น) และ cyber criminals ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง QR codes เพื่อหาโอกาสในการเข้าถึง personal data ของเหยื่อจากการสแกนเพียงครั้งเดียว ในช่วงการระบาดของโควิดธุรกิจจำนวนมาก เช่น เจ้าของร้านอาหาร มักจะสร้าง QR codes เพื่อให้ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดแอปหรือเมนูของพวกเขาได้ และ scammers ก็ใช้กลวิธีที่คล้ายกันเพื่อดึงดูดเหยื่อให้ดาวน์โหลดแอปที่เป็นอันตราย และขโมยข้อมูลของเหยื่อไป เมื่อแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงฐานข้อมูลของลูกค้าธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งได้แบบนี้ พวกเขาก็สามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อ launch phishing scams ภายใต้ชื่อบริษัทของเหยื่อได้เช่นกัน

 

ฟิชชิง (Phishing)

 

เนื่องจากมีคนใช้อินเทอร์เน็ตเยอะขึ้น ทำให้ฟิชชิงเป็นหนึ่งใน cyberattacks ที่พบบ่อยที่สุด phishing scams ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจาก social engineering (วิศวกรรมสังคม คือเทคนิคการ Hacking ของ Hacker ซึ่งอาศัยช่องโหว่จากพฤติกรรมของผู้ใช้) ในการโจมตีอีเมลและ cloud services แบบเดิม ๆ 

 

นอกจากนี้ฟิชชิงสามารถครอบครองบัญชี หรือ Account Takeover (ATO), สามารถประนีประนอมอีเมลธุรกิจ หรือ Business Email Compromise (BEC), สามารถทำให้เกิดแรนซัมแวร์, สามารถขโมยข้อมูล และละเมิดความปลอดภัยอื่น ๆ ได้ อีเมลฟิชชิงส่วนใหญ่จะปลอมเป็นข้อความจากบุคคลที่เชื่อถือได้ เช่น manager, เพื่อนร่วมงาน หรือผู้เกี่ยวข้องทางธุรกิจ เพื่อหลอกให้พนักงานในบริษัทเป้าหมายเปิดใช้งานมัลแวร์ หรือให้สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต วัตถุประสงค์ของพวกนี้คือเพื่อให้เหยื่อคลิกลิงก์หรือไฟล์แนบที่เป็นอันตราย หรือให้ข้อมูลที่ละเอียดอ่อน ดังนั้นบริษัทต่าง ๆ ควรใช้ประโยชน์จาก email phishing protection software และการ training พนักงานเพื่อลดความเสี่ยงจากการโจมตีเหล่านี้

 

ในโลกที่อินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อกับทุกสิ่ง cybersecurity คือสิ่งที่สำคัญมากที่สุด แม้ว่าจะมี IT services, ซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ที่อัปเดตอยู่เรื่อย ๆ แต่การเข้าใจจุดประสงค์ของแฮกเกอร์ก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด เพื่อความปลอดภัยของธุรกิจ

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง: Data Breach คืออะไร? แล้วมันสามารถทำลายธุรกิจได้มากแค่ไหน

 

ที่มา: entrepreneur.com

 

ติดต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อปรึกษาหรือขอคำแนะนำด้าน Cybersecurity