VPN คืออะไร ทำไมเราถึงมุดไปดูซีรีส์นอก เว็บที่ถูกแบนได้

vpn คือ

หลายครั้งซีรีส์หลายเรื่องที่สนุกๆ อาจจะหาดูไม่ได้ในประเทศ หรือต้องไปดู steaming ในประเทศนั้น บางเว็บไซต์สำหรับผู้ใหญ่ก็ถูกแบนจากอินเตอร์เน็ตในประเทศ ทำให้ต้องพยายามหาวิธีการที่มุดประตูออกไปผ่านเครื่องมือ VPN คือ สิ่งที่เราได้ยินมานานแสนนาน มันคืออะไร ทำงานรูปแบบไหน สรุปมาให้อ่านกันแล้ว

VPN คือ อะไร

VPN คือ Virtual Private Network หรือ การใช้อวตาร์ตัวเองเข้าไปในที่หนึ่ง โดยที่ปกติการทำงานในบริษัทนั้นจะใช้เครือข่ายภายในหรือ LAN (Local Area network)

โดยที่หนึ่งเครือข่ายถ้าหากสมมติว่าเป็นประเทศหนึ่ง ต้องมีคอมพิวเตอร์ภายใน ระบบเก็บข้อมูล และ ระบบป้องกันความปลอดภัย ของตัวเอง ทำให้คนภายนอกจะเข้าออกจากประเทศของเราต้องผ่านจุดคัดกรอง และจำกัดสิทธิ์การใช้งานต่างๆ ดังนั้นถ้าหากต้องการเข้ามาอยู่ในประเทศ ต้องเดินทางเข้ามาเอง แต่มีหลายคนที่ไม่สะดวกเดินทางเข้ามาทำกิจกรรมต่างๆ หรือบินเข้ามา เลยเกิดเป็นระบบ VPN ที่ทำหน้าที่เป็นสถานทูตสำหรับคนที่ไม่สะดวกบินกลับมานั่นเอง

วิธีการทำงาน

การทำงานของระบบนี้เป็นการสร้างร่างอวตาร์ โดยผ่านอุโมงค์ต่อตรงเข้ากับบริษัทตามแบบภาพ

vpn คือ

โดยที่การส่งข้อมูลจาก VPN ผ่านไปยังผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) ของเรา

vpn คือ

การส่งข้อมูลจาก A ไปยัง B ต้องผ่าน VPN โดยที่เป็นการส่งข้อมูลที่เข้ารหัสดิจิตอลให้ VPN แล้วผู้ให้บริการ VPN จะส่งต่อไปให้ B นั่นเอง

vpn คือ

หลังจากที่ข้อมูลถูกส่งให้ VPN ปลายทางจะถูกถอดรหัส โดยที่ปลายทางจะรู้เพียงว่าข้อมูลถูกส่งมาจาก VPN เท่านั้นเอง


บทความที่เกี่ยวข้อง :
Tor browser เล่นอินเตอร์เน็ตโดยไม่ให้ใครจับได้ ทำงานอย่างไร
Encryption การเข้ารหัสดิจิตอล ปกป้องความเป็นส่วนตัว ทำยังไง


มุดเข้าออกคืออะไร

เปลี่ยนภาพถ้าหาก LAN เป็นเสมือนประเทศหนึ่ง บางเว็บไซต์อนุญาตให้ดูได้เฉพาะในประเทศ ถ้าหากเข้ามาจากต่างประเทศอาจจะเข้ามาดูไม่ได้ แม้กระทั่งในออฟฟิศที่มีเว็บไซต์ภายในบริษัท ถ้าหากเป็นผู้ใช้ภายนอกบริษัทขอเปิดเข้ามาก็ไม่สามารถแสดงผล หรือดึงข้อมูลในหน้า dushboard ได้เช่นเดียวกัน 

มุด vpn
การต่อ VPN สามารถเข้ามาโดย VPN Server ที่ตั้งอยู่ในประเทศนั้น โดยที่หน่วยงานจะไม่สามารถรู้ได้ว่าเปิดดูอะไร เป็นนิยามของคำว่า “มุด”

การมุดเข้าเป็นการที่ VPN มี Server ในประเทศนั้น เช่น VPN ตั้ง Server ในประเทศจีน ทำให้พอเราส่งข้อมูลจาก A ที่อยู่ในประเทศไทย ส่งผ่านไปหา VPN ที่อยู่ในประเทศจีน หน่วยงานในประเทศจีนจะตรวจจับได้แค่คนที่จะเปิดเว็บ B ที่เราต้องการดู เป็นคนในประเทศนั่นเอง สิ่งเหล่านี้จึงเป็นที่มาของการมุดดูข้อมูลบางอย่างที่ให้ดูได้เฉพาะคนในประเทศนั่นเอง

มีการใช้งานรูปแบบไหนบ้าง

การใช้งานระบบ VPN นั้นได้รับการประยุกต์ไปใช้งานที่หลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะช่วงการระบาดของไวรัสครั้งที่ผ่านมาโดยหลักๆที่เราแบ่งได้เป็นดังนี้

กลุ่มเล่นเกมส์เซิฟนอก

โดยเดิมทีคนที่น่าจะนำระบบ VPN มาใช้ก่อนใครอาจจะเป็นกลุ่มนี้ก็ได้ เพราะว่าบางเกมส์ออนไลน์ใหม่ๆ อาจจะเปิดให้ทดลองใช้เฉพาะคนในประเทศผู้ผลิต หรือ ยังไม่ได้นำเข้ามาเล่นในประเทศไทย ประโยชน์จึงมีทั้งได้เล่นก่อนใคร หรือ ลดการหน่วง (ping) ที่จะเกิดขึ้นกรณีที่เล่นในประเทศที่ไกลๆ เช่น เล่นเกมส์จากประเทศไทย แต่เซิพเวอร์เกมส์ตั้งอยู่ที่แอฟริกาใต้ ทำให้ผู้ให้บริการเน็ตของเราต้องส่งต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน A B C D ซึ่งทำให้อินเตอร์เน็ตช้า คนที่ใช้ VPN ที่ผู้ให้บริการมีเซิฟเวอร์ตั้งอยู่แอฟริกาใต้ อาจจะส่งแค่จาก A ไป VPN และถึงปลายทางเลย ซึ่งทำให้ลดปัญหาเน็ตหน่วงในการเล่นเกมส์ได้นั่นเอง 

กลุ่มมุดดูอะไรที่ห้ามดูในประเทศ หรือ บางประเทศ

หลายประเทศนั้นมีการควบคุมเนื้อหาข่าว ละคร หรือ ข้อมูลสำหรับใช้ภายในประเทศ รวมถึงเว็บสำหรับผู้ใหญ่ ก็อาจจะมีการแบนจากทั้งในประเทศ ทำให้การใช้ VPN นั้นจะช่วยให้ผู้ให้บริการ (Internet Service Provider : ISP) ถูกบล็อคการเข้าถึงเว็บที่ถูกกำหนดโดยรัฐบาล การเข้ามาของ VPN จะเป็นการฝาก ISP ส่งไปที่ VPN (ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตส่วนบุคคลในประเทศ) และส่งออกไปให้ VPN (ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตส่วนบุคคลในประเทศปลายทาง) โดยที่รัฐบาลไม่สามารถเปิดดูข้อมูลได้ เพราะถูกเข้ารหัสดิจิตอลนั่นเอง 

กลุ่มคนทำงานในช่วงโควิด 19

ข้อจำกัดของการทำงานในช่วงการระบาดของไวรัส โดยปกติเป็นการทำงานภายในออฟฟิศ ซึ่งการทำงานด้วยระบบ VPN เป็นการจำลองอุโมงค์ในการส่งข้อมูลตรงเข้าระบบภายในบริษัท โดยจะช่วยให้เราจำลองเสมือนการนั่งทำงานในบริษัท ดึงข้อมูล และเอกสารต่างๆใน Database server ในบริษัทนั่นเอง แต่การทำงานผ่าน VPN นั้นมีความอันตรายกว่าการใช้งานในรูปแบบอื่นๆ ตรงที่ถ้าหากคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมเข้าผ่าน VPN มีการแฝงของไวรัส Ransomware ก็จะทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทั้งหมดของบริษัท ทำให้การใช้ VPN ภายในบริษัท อาจจะมีความเสี่ยงมากกว่าการวางระบบความปลอดภัยด้วยการใช้ระบบความปลอดภัยภายในบริษัท Zero trust architecture ผ่านบริการ Firewall as a Service ซึ่งจะมาเติมเต็มความปลอดภัยโดยการใช้ระบบ กับ ระบบมาทำความปลอดภัยแทนการตัดสินใจของมนุษย์

ความปลอดภัย VPN และ Zero trust แตกต่างกันอย่างไร?

การใช้งาน VPN

เป็นการจำลองอุโมงของการรับส่งข้อมูลผ่าน VPN Server แล้วจากนั้นสามารถเชื่อมต่อตรงเข้ากับ Internal Server ได้ โดยสามารถทำกิจกรรมได้เสมือนนั่งอยู่ในบริษัท ทำให้เกิดความเสี่ยงถ้าหากผู้เชื่อมต่อ VPN เป็นเครื่องที่ถูกฝัง Ransomware ไว้

การใช้ Zero trust architecture

เป็นการติดตั้งระบบบน Firewall โดยที่สามารถเชื่อมต่อเข้าบริษัทได้โดยตรง ซึ่งจำเป็นต้องมีการยืนยันตัวตนหลายรูปแบบ (MFA) โดยกิจกรรมทั้งหมดต้องสอดคล้องกัน เช่น รับ OTP SMS จากประเทศไทย สอดคล้องกับ ตำแหน่ง GPS ในประเทศไทย และถึงแม้สามารถเข้าระบบได้แล้ว จะมีการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลบางอย่าง ให้ไม่สามารถเข้าจากภายนอกบริษัทได้ ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้มีในบริการที่ชื่อว่า Firewall as a Service

FWaaS advantage

Firewall as a Service

ช่วยออกแบบความปลอดภัยเน็ตเวิร์ค Zero trust

  • ช่วยออกแบบโครงสร้าง Network องค์กรให้เสถียร ตามความต้องการของผู้ใช้งาน (Customer centric)
  • สร้าง Network โดยเรียงระดับการรักษาความปลอดภัย ระดับต่ำ ระดับปานปลาง ระดับสูง เพื่อการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ
  • มีทีม Cyber Security ประสบการณ์ 20 ปี+ เข้ามาดูแลระบบ โดยไม่ต้องจ้างพนักงานเฉพาะทางมาดูแล

ปรึกษาการทำระบบ Cyber Security

ทีมงานจะติดต่อกลับไป

Zero trust security คืออะไร 3 อาวุธป้องกัน Ransomware ได้ภายในองค์กร

zero trust

Zero trust เป็นเครื่องมือความปลอดภัยที่เอามาทดแทนการทำงานผิดพลาดของการตัดสินใจมนุษย์ โดยการใช้ระบบดิจิตอล ในการมายืนยันตัวตน และกระบวนการทำงานที่ใช้การตรวจสอบความปลอดภัยหลายอย่างมาร่วมกันทำงาน ทำให้ตัวระบบเองมีความน่าเชื่อถือจากการยืนยันหลายระดับ 3 อาวุธ ที่ใช้ป้องกันการคุกคาม Ransomware มีอะไรบ้างมาติดตามกันเลย

Zero trust security เบื้องหลังการตรวจสอบที่เข้มข้น

Zero trust นั้นเกิดจากการพัฒนาระบบความปลอดภัยเดิม ที่ระบบเก่านั้นการเข้าระบบจะมีการใส่เพียง อีเมล รหัสผ่าน แล้วสามารถเข้าไปดูระบบหลังบ้านได้อย่างอิสระ เหล่านี้เองถ้าหาก Hacker ที่ไม่พึงปรารถนาเข้ามาด้วยรหัสที่มี ทำให้โอกาสที่ข้อมูลต่างๆที่มีจะถูกการโจรกรรม หรือเรียกค่าไถ่ Ransomware

ซึ่งเดิมทีระบบทีระบบที่ถูกพัฒนามาเพิ่มเติมนั้นอาจจะเป็นการเข้ารหัสด้วยบุคคลสองคน เข้ารหัสด้วย OTP หรือเป็นการยืนยันการเข้าสู่ระบบด้วยวิธีการต่างๆ แต่ทั้งหมดต้องทำภายในบริษัท หรือ ระบบเครือข่ายภายใน ทำให้เมื่อมีการเข้ามาระบาดของโรคติดต่อที่ไม่พึงประสงค์ จึงเกิดการใช้งานระบบนี้อย่างแพร่หลายที่ชื่อว่าระบบความปลอดภัยซีโร่ทรัสต์

zero trustระบบความปลอดภัย ซีโร่ทรัสต์ กับ 3 อาวุธป้องกัน Ransomware

โดยระบบนี้เป็นแนวคิดด้านความมั่นคงแบบใหม่ ที่ถือว่าระบบเครือข่ายทั้งหมดไม่ควรไว้ใจซึ่งกันและกัน ไม่ใช่แค่เฉพาะการติดต่อกับระบบเครือข่ายภายนอกเท่านั้น แม้แต่ระบบภายในทั้งหมดเองก็ด้วยเช่นกัน

การออกแบบระบบเครือข่าย โดยยึดข้อมูลเป็นศูนย์กลาง (Data-centric Network) และมีการวางมาตรการควบคุมโดยรอบข้อมูลนั้น เพื่อให้สามารถบังคับใช้นโยบายด้านความมั่นคงในการเข้าถึงข้อมูลได้ทั้งหมด ทำให้สามารถตรวจจับและป้องกันแฮกเกอร์ที่เข้ามาในระบบเครือข่าย และป้องกันข้อมูลรั่วไหลสู่ภายนอกได้ดีกว่า ด้วยระบบที่ออกแบบมาเพื่อทำงานจากที่บ้าน พนักงานในบริษัทสามารถเข้าถึงข้อมูลถึงแม้ไม่ได้อยู่ในบริษัทก็ตาม ระบบนี้เข้ามาจัดการระบบความปลอดภัยโดยแยกแยะ Ransomware ได้อย่างรวดเร็วใน 3 อาวุธของซีโร่ทรัสต์

  1. ตรวจสอบอย่างชัดเจน 
    กระบวนการดังกล่าวใช้การยืนยันความเป็นตัวตนเอง อาจจะใช้ลายนิ้วมือ การขอรหัส OTP หรือ Authentication application เข้ากุญแจดิจิตอล ต่างๆเหล่านี้เป็นการยืนยันว่าเป็นตัวเราจริงๆ

  2. ให้สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลน้อยที่สุด
    แน่นอนว่าด้วยพื้นฐานความไม่เชื่อมั่นว่าระบบมีความปลอดภัยนี่เอง ทำให้ต้องมีการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลได้เพียงเท่าที่จำเป็น มีเวลาเข้าถึงข้อมูลที่จำกัดเพื่อให้กลับมายืนยันตัวตนอีกครั้ง

  3. ปลอมตัวเป็น Hacker เข้าระบบตัวเอง
    กระบวนการนี้ในหลายบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ มีการให้บุคคลภายนอกแข่งขันกันเพื่อแฮกระบบของตัวเองก็มี เพื่อพยายามตรวจจับหารูรั่วของระบบ ปัจจุบันนี้ในหลายบริษัทนั้นมีแนวทางป้องกันที่รัดกุม แต่การหลุดรั่วของข้อมูลที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้น เกิดจากการให้สิทธิ์ของ Thrid party ในการเข้ามาซัพพอร์ตระบบ แล้วถูกเจาะระบบมาจากผู้ร่วมพัฒนาซอฟแวร์ภายนอกนั่นเอง

zero trustวิธีการโจมตีของ ransomware

การโจมตีแบบ ransomware สามารถเข้าสู่เครือข่ายได้หลายวิธี เช่น การใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ การโจมตีแบบฟิชชิง หรือการโจมตีทาง social engineering

รวมถึงการพยายามขโมยข้อมูลของผู้ใช้เพื่อเป็นเครื่องมือในการเข้าสู่เครือข่าย เช่น Remote Desktop Protocol หรือ RDP ฯลฯ ด้าน  Trend Micro Research  เคยเขียนอธิบายไว้ว่า ผู้โจมตีจะเจาะเครือข่ายเพื่อค้นหาข้อมูลที่มีค่า และจะสร้างรังอยู่ในเครือข่ายนั้น

นอกจากนี้ยังได้เสนอด้วยว่าองค์กรต่าง ๆ ควรนำซีโร่ทรัสต์มาใช้ภายใน เพื่อลดผลกระทบของมัลแวร์ประเภทนี้ ด้าน Brian Kime นักวิเคราะห์อาวุโสของ บริษัท Forrester กล่าวว่าระบบนี้ มีประสิทธิภาพมากพอที่จะป้องกันการเพิ่มขึ้นของ ransomware ได้

zero trustเริ่มออกแบบระบบตรวจสอบภายในองค์กรยังไงดี

แน่นอนว่าด้วยแนวทางของการทำ Zero trust นั้นจะเน้นการออกแบบระบบที่ให้มีการตรวจสอบ 2FA หรือ การเข้ารหัสด้วยสองชั้น จากนั้นจะเป็นการวางผังของระบบ IT ใหม่ ซึ่งแต่เดิมก่อนเกิดการระบาดของโรค การวางผังข้อมูลของบริษัทอาจจะไม่ได้ถูกยกขึ้นมาเป็นประเด็น เนื่องจากระบบ Intranet หรือเครือข่ายภายในนั้น มีการป้องกันรัดกุมและตรวจสอบกลับได้อย่างเร็วนั่นเอง 3 วิธีการนี้จะช่วยให้คุณทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้น

firewall คืออะไร

ออกแบบระบบ IT สำคัญมาก > น้อย

เป็นสิ่งที่ต้องทำอันดับต้นๆ ของเครือข่าย Network ของบริษัท เพราะที่ผ่านมาองค์กรส่วนใหญ่ขยายเครือข่าย และฐานข้อมูลตามความสะดวกใจ เพราะว่าใช้เครือข่ายภายในที่มีการเข้าออกของข้อมูลทางเดียว แต่การเริ่มทำซีโร่ทรัสต์นั้น ต้องมีการวางระบบใหม่ รู้ Diagram ของข้อมูล และระดับความปลอดภัยที่สามารถเข้าถึงได้ เหล่านี้จะช่วยให้วางความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Firewall as a Service

ต่อสัญญากับ Firewall ที่ใช้ (จำเป็นมาก!)

หลายบริษัทมี Firewall อุปกรณ์ที่ใช้กรองข้อมูล Network อาจจะใช้มานานหลายปี แล้วหมดสัญญาการอัปเดตฐานข้อมูลกับ Firewall ที่ใช้ ทำให้ความสามารถในการค้นหาการบุกรุกใหม่ไม่ได้ และเป็นสาเหตุหลักๆ ที่ผู้บริหารมองข้าม เพียงเพราะมันยังใช้ได้อยู่ เป็นที่มาของการถูก Ransomware แล้วจึงเพิ่งมาตระหนักและพบว่ามันสายไปแล้ว

firewall คืออะไร

มีการเก็บ Log ข้อมูลสม่ำเสมอ

ระบบ Firewall ใหม่ๆนั้นจะมีกระบวนการเก็บ Log การเข้าถึงข้อมูล (ทางกฏหมายให้เก็บไว้ 90 วัน) การเก็บข้อมูลเหล่านี้นี่เองจะทำให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าจุดใดของระบบมีผู้พยายาม Login หรือมีการเข้าใช้งานจากตำแหน่งที่ผิดแปลกไป ระบบและกระบวนการเหล่านี้เองจะทำให้มีการตรวจสอบย้อนกลับอย่างสม่ำเสมอ และรีบแก้ไขได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง

FWAAS

ใช้ระบบ FWaaS ให้ระบบทันสมัยเสมอ

ปัจจุบันในต่างประเทศมีการใช้งานระบบ Firewall as a Service หรือ FWaaS เป็นระบบที่ช่วยวาง Network ใหม่ พร้อมอัปเกรดอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับการใช้งาน โดยทีม Cyber Security มาทำงานแทน

ปรึกษาปัญหาอาสาสมัคร Network security

นอกจากการค้นหาการแก้ Solution ทางไอทีแล้ว ยังสามารถปรึกษาปัญหาไอที Network security ระบบ Infra IT กับอาสาสมัครไอทีกับเราเลย

ต้องการให้อาสาสมัครไอทีของเราเข้าไปช่วยเหลือ

กรอกแบบฟอร์มเพื่อขอคำปรึกษาฟรี