วิกฤตแรงงาน หรือ โอกาสทอง? เมื่อ IT Support เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

ปี 2024 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ Cybersecurity กับแนวโน้มการควบรวมกิจการของบริษัทยักษ์ใหญ่ ตั้งแต่ Cloud Security, Data Security, AI Security ไปจนถึง Identity Management พร้อมบทบาทของ startup ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านความปลอดภัยไซเบอร์ อนาคตของวงการนี้จะเป็นอย่างไร?

Continue reading

Cyber security คืออะไร สำคัญอย่างไรต่อธุรกิจ

Cyber Security คือ

Cyber security คืออะไร สำคัญอย่างไรต่อธุรกิจ

Cyber security ในธุรกิจ ความสำคัญและการปกป้องข้อมูล

ในยุคดิจิทัล ความปลอดภัยทางไซเบอร์หรือ Cyber security ได้กลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ธุรกิจทุกขนาดต้องให้ความสนใจ การป้องกันข้อมูลและระบบเทคโนโลยีจากการโจมตีทางไซเบอร์ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันข้อมูลลูกค้าและข้อมูลภายในองค์กรจากการถูกละเมิดเท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงของธุรกิจด้วย

Cyber security คือการป้องกันและการจัดการกับภัยคุกคามต่างๆ ในโลกไซเบอร์ รวมถึงการป้องกันการเข้าถึง การเปลี่ยนแปลง หรือการทำลายข้อมูลและระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต ผลกระทบของการละเมิดข้อมูลสามารถนำไปสู่ความเสียหายทางธุรกิจ ทั้งในด้านการเงินและชื่อเสียง

Cyber security คืออะไร? การเข้าใจพื้นฐานที่สำคัญ

อธิบายแนวคิดพื้นฐานของ Cyber security คืออะไร

   – Cyber security คือการปกป้องระบบคอมพิวเตอร์, เครือข่าย, และข้อมูลจากการเข้าถึง, การเปลี่ยนแปลง, หรือการทำลายโดยไม่ได้รับอนุญาต

   – มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันข้อมูลจากภัยคุกคามต่างๆ ที่อาจเกิดจากภายนอกหรือภายในองค์กร

   – รวมถึงการปกป้องต่อเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น ความผิดพลาดจากมนุษย์, ความล้มเหลวของระบบ, หรือภัยธรรมชาติ

 

ประเภทของภัยคุกคามทางไซเบอร์

   – มัลแวร์ (Malware): ซอฟต์แวร์ที่มีจุดประสงค์เพื่อทำลายหรือขโมยข้อมูล รวมถึงไวรัส, โทรจัน, สปายแวร์

   – ฟิชชิ่ง (Phishing):การส่งอีเมลหลอกลวงเพื่อหลอกให้ผู้รับเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการเงิน

   – การโจมตีแบบ DDoS (Distributed Denial of Service): การโจมตีที่ทำให้เว็บไซต์หรือระบบไม่สามารถให้บริการได้โดยการท่วมระบบด้วยจำนวนการเข้าถึงที่มากเกินไป

   – การโจมตีแบบ Ransomware: การล็อคระบบหรือข้อมูลและเรียกร้องเงินค่าไถ่เพื่อปลดล็อค

   – การโจมตีผ่านช่องโหว่ของซอฟต์แวร์: การใช้ช่องโหว่ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขในซอฟต์แวร์หรือระบบเพื่อเข้าถึงหรือทำลายข้อมูล

ผลกระทบต่อธุรกิจ

   – การสูญเสียข้อมูลลูกค้าและความลับทางธุรกิจ อาจนำไปสู่การสูญเสียความเชื่อมั่นจากลูกค้าและคู่ค้า

   – การหยุดชะงักของการดำเนินงาน ภัยคุกคามทางไซเบอร์อาจทำให้การดำเนินงานของธุรกิจหยุดชะงักทำให้เกิดความเสียหายทางการเงินและชื่อเสียง

   – ความเสี่ยงทางกฎหมายและการปฏิบัติตามข้อบังคับ  การละเมิดข้อมูลอาจทำให้ธุรกิจต้องเผชิญกับความรับผิดชอบทางกฎหมายและการปรับจากหน่วยงานกำกับดูแล

ความสำคัญของ Cyber security ต่อธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง

การวิเคราะห์ความเสี่ยงและความจำเป็นของ Cyber securityในธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง

   – ธุรกิจขนาดเล็กและกลางมักมีทรัพยากรจำกัดในการจัดการกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ เช่น ทรัพยากรทางการเงิน ความรู้เฉพาะทางด้านเทคนิค หรือบุคลากรที่มีความชำนาญ

   – ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในการดำเนินธุรกิจ ทำให้ธุรกิจเหล่านี้ต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่หลากหลาย ตั้งแต่การโจมตีด้วยมัลแวร์ไปจนถึงการโจมตีแบบ DDoS

   – การป้องกันข้อมูลลูกค้าและข้อมูลภายในองค์กรเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากการรั่วไหลของข้อมูลสามารถนำไปสู่การสูญเสียความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือจากลูกค้า

– ธุรกิจขนาดเล็กและกลางมีความเสี่ยงจากการโจมตีเพราะแฮคเกอร์รู้ว่าบริษัทเหล่านี้มีการป้องกันไม่รัดกุม ทำให้เขาสนใจที่จะโจมตีมากกว่า บริษัทขนาดใหญ่เพราะมีการป้องกันที่รัดกุมกว่า การเจาะระบบจึงทำได้ยาก

ตัวอย่างจากเหตุการณ์จริงและกรณีศึกษา

   – ตัวอย่างจากเหตุการณ์จริงของโรงพยาบาลสระบุรีซึ่งได้รับผลกระทบจากการโจมตีด้วย Ransomware โดยถูกเรียกค่าไถ่ด้วยจำนวนมากถึง 200,000 บิตคอยน์ หรือประมาณ 63,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวอย่างของการโจมตีที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจและบริการสาธารณสุขในประเทศไทย

ข่าวอ้างอิง 

   – กรณีศึกษาของธุรกิจที่ถูกโจมตีผ่านช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ เป็นตัวอย่างของความจำเป็นในการอัปเดตระบบและซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันภัยคุกคาม

ในประเทศไทยมีกรณีที่บริษัทหรือองค์กรถูกโจมตีผ่านช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะที่ใช้ช่องโหว่บน VMware ESXi (CVE-2021-21974) ซึ่งเป็นตัวอย่างของการโจมตีที่ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เก่า การโจมตีเช่นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการอัปเดตซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันภัยคุกคาม
ข่าวอ้างอิง
   – กรณีศึกษาของการโจมตีแบบฟิชชิ่งที่ส่งผลให้ธุรกิจสูญเสียข้อมูลทางการเงินและข้อมูลลูกค้าสำคัญ

ถึงแม้จะยังไม่มีการเปิดเผยบริษัทโดยตรงแต่ในประเทศไทย การโจมตีแบบฟิชชิ่งได้ส่งผลให้ธุรกิจหลายแห่งต้องเผชิญกับการสูญเสียข้อมูลทางการเงินและข้อมูลลูกค้าสำคัญ ตัวอย่างเช่น การโจมตีที่มีผู้ใช้ในไทยถูกหลอกขโมยข้อมูลมากถึง 1.5 ล้านครั้ง โดยการโจมตีเหล่านี้มักจะอาศัยเหตุการณ์สำคัญ เช่น ภัยธรรมชาติหรือโรคระบาด เป็นโอกาสในการหลอกลวง และมีการใช้เว็บไซต์ปลอมที่เลียนแบบเว็บไซต์ของธนาคารเพื่อให้เหยื่อกรอกข้อมูลล็อกอินและรหัสผ่าน ซึ่งสามารถนำไปสู่การสูญเสียข้อมูลทางการเงินสำคัญของธุรกิจ

ข่าวอ้างอิง

การป้องกันและการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์จึงเป็นสิ่งที่ธุรกิจขนาดเล็กและกลางไม่ควรมองข้าม การลงทุนในมาตรการป้องกันและระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันการสูญเสียทางการเงินและชื่อเสียงเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินการได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยในยุคดิจิทัล

กลยุทธ์ในการป้องกันและรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์

  1. การฝึกอบรมพนักงาน: การฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยและการจดจำภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นสิ่งสำคัญ หลายครั้งความผิดพลาดจากมนุษย์เป็นช่องทางหลักที่ทำให้เกิดการโจมตีทางไซเบอร์
  2. การใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันมัลแวร์: ซอฟต์แวร์ป้องกันมัลแวร์ช่วยป้องกันภัยคุกคามที่อาจเข้ามาทางเครือข่ายขององค์กร การติดตั้งและอัปเดตซอฟต์แวร์เป็นประจำจึงเป็นสิ่งจำเป็น
  3. การจัดการพาร์ติชันและการเข้าถึงข้อมูล: การจำกัดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลตามหน้าที่การงานช่วยลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาต
  4. การสำรองข้อมูล: มีระบบสำรองข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือช่วยให้ธุรกิจสามารถกู้คืนข้อมูลได้อย่างรวดเร็วหากเกิดเหตุการณ์เช่นการโจมตีด้วยไวรัสหรือมัลแวร์

การปรับตัวของธุรกิจในยุคดิจิทัลและการรับมือกับ Cyber security

ความจำเป็นของการปรับตัวต่อเทคโนโลยีใหม่ๆ และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

   – ธุรกิจในยุคดิจิทัลต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว

   – การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มาพร้อมกับความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น, เช่น การโจมตีทางไซเบอร์และการละเมิดข้อมูล

การบูรณาการ Cyber security เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจ

   – การรวม Cyber security เข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญเพื่อความยั่งยืนและความปลอดภัยของธุรกิจ

   – รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร การอัปเดตระบบและซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอ, และการฝึกอบรมพนักงานในเรื่องความรู้ด้านไซเบอร์ security

การปรับตัวในด้านเทคโนโลยีและการรวม Cyber security เข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรับมือกับความเสี่ยงและภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นในยุคดิจิทัล.

อนาคตของ Cyber security และการเตรียมตัวของธุรกิจ

นวัตกรรมและแนวโน้มใหม่ๆ ใน Cyber security

   – อนาคตของ Cyber security จะเน้นไปที่การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) เพื่อตรวจจับและป้องกันภัยคุกคามอย่างอัตโนมัติ

   – การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและทรัพย์สินดิจิทัล

คำแนะนำในการเตรียมตัวสำหรับอนาคตและการป้องกันธุรกิจ

   – ธุรกิจควรปรับกลยุทธ์ความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อรับมือกับภัยคุกคามและเทคโนโลยีใหม่ๆ

   – การฝึกอบรมและการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่พนักงานเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์

สรุป

   – Cyber security เป็นส่วนสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้ในการดำเนินธุรกิจ

   – ธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับการปรับปรุงและอัปเดตระบบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป

อ่านเพิ่มเติม : เทรนด์ใหม่ใน Network Security ปี 2024 สิ่งที่คุณต้องรู้

หรือหากคุณต้องการบริการผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Cyber Securities ที่ดูแลคุณแบบครบวงจร จ่ายเป็นรายเดือน  แนะนำบริการจาก Firewall as a Service จาก Prospace เลยครับ

Firewall as a Service

ช่วยออกแบบความปลอดภัยเน็ตเวิร์ค พร้อมกับทีมผู้เชี่ยวชาญดูแล​

  • Firewall subscription model
  • พร้อมพนักงานบริหารจัดการระบบหลังบ้าน
  • มีการตั้งค่า configuration ตามนโยบายบริษัท
  • มีที่ปรึกษาดูแลระบบตลอดอายุสัญญา

ปรึกษาการทำ Cyber Security

กรอกแบบฟอร์มด้านล่างนี้

Zero trust network access(ZTNA) คืออะไร

zero trust network access : ZTNA

Zero trust network access  เป็นเครื่องมือความปลอดภัยที่เอามาทดแทนการทำงานผิดพลาดของการตัดสินใจมนุษย์ โดยการใช้ระบบดิจิตอล ในการมายืนยันตัวตน และกระบวนการทำงานที่ใช้การตรวจสอบความปลอดภัยหลายอย่างมาร่วมกันทำงาน ทำให้ตัวระบบเองมีความน่าเชื่อถือ อะไรเป็นสิ่งที่น่ากังวล ข้อดี ข้อเสีย สรุปมาในบทความนี้แล้ว

Zero trust network access (ZTNA)

โดยตัว concept นั้นเกิดจากการพัฒนาระบบความปลอดภัยเดิม ที่ระบบเก่านั้นการเข้าระบบจะเน้นใช้ความเป็นมนุษย์เป็นหลัก มีการให้มนุษย์ต้องกรอก อีเมล รหัสผ่าน แล้วสามารถเข้าไปดูระบบหลังบ้านได้อย่างอิสระ ซึ่งวิธีการที่ง่ายและไม่ซับซ้อนนี่เองถ้าหากมีรหัสผ่านของผู้ใช้หลุดออกไปเพียงไม่กี่แอคเค้าท์ ก็อาจจะทำให้ระบบทั้งหมดถูกยกเค้าได้

การพัฒนาต่อยอดจากความปลอดภัยรูปแบบข้างต้น มีการต่อยอดเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการกรอกรหัสหลายวิธีการ โดยการเข้ารหัสด้วยหลายขั้นตอน เช่น การเข้ารหัสด้วย OTP หรือเป็นการยืนยันการเข้าสู่ระบบด้วยแอพพลิเคชั่น ซึ่งอาจจะช่วยได้ หรือ ระบบเครือข่ายภายใน แต่อาจจะไม่ได้เชื่อมโยงกับการเข้าถึงข้อมูลจากภายนอกบริษัท (เครือข่าย) การยืนยันตัวตนโดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นตัวตัดสินใจจึงถูกเอามาใช้ 
zero trust is no trust for any incident

จุดเด่น

ระบบความปลอดภัย ซีโร่ทรัสต์ โดยระบบนี้เป็นแนวคิดด้านความมั่นคงแบบใหม่ ที่ถือว่าระบบเครือข่ายทั้งหมดไม่ควรไว้ใจซึ่งกันและกัน ไม่ใช่แค่เฉพาะการติดต่อกับระบบเครือข่ายภายนอกเท่านั้น แม้แต่ระบบภายในทั้งหมดเองก็ด้วยเช่นกัน

การออกแบบระบบเครือข่าย โดยยึดข้อมูลเป็นศูนย์กลาง (Data-centric Network) และมีการวางมาตรการควบคุมโดยรอบข้อมูลนั้น เพื่อให้สามารถบังคับใช้นโยบายด้านความมั่นคงในการเข้าถึงข้อมูลได้ทั้งหมด ทำให้สามารถตรวจจับและป้องกันแฮกเกอร์ที่เข้ามาในระบบเครือข่าย และป้องกันข้อมูลรั่วไหลสู่ภายนอกได้ดีกว่า ด้วยระบบที่ออกแบบมาเพื่อทำงานจากที่บ้าน พนักงานในบริษัทสามารถเข้าถึงข้อมูลถึงแม้ไม่ได้อยู่ในบริษัทก็ตาม

zero trust network access diagram
ZTNA มีโครงสร้างภายในคือการพิสูจน์ความเป็นตัวตน จัดการนโยบายของข้อมูล และจัดการพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ

รับเทคนิคความรู้ดีๆ เรื่อง "ความปลอดภัยไอทีในองค์กร"

การแก้ปัญหา

ระบบนี้เข้ามาจัดการระบบความปลอดภัยโดยแยกแยะ Ransomware ได้อย่างรวดเร็ว

  • ตรวจสอบอย่างชัดเจน

    กระบวนการดังกล่าวใช้การยืนยันความเป็นตัวตนเอง อาจจะใช้ลายนิ้วมือ การขอรหัส OTP หรือ Authentication application เข้ากุญแจดิจิตอล ต่างๆเหล่านี้เป็นการยืนยันว่าเป็นตัวเราจริงๆ

  • ให้สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลน้อยที่สุด

    แน่นอนว่าด้วยพื้นฐานความไม่เชื่อมั่นว่าระบบมีความปลอดภัยนี่เอง ทำให้ต้องมีการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลได้เพียงเท่าที่จำเป็น มีเวลาเข้าถึงข้อมูลที่จำกัดเพื่อให้กลับมายืนยันตัวตนอีกครั้ง

  • ปลอมตัวเป็น Hacker เข้าระบบตัวเอง

    กระบวนการนี้ในหลายบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ มีการให้บุคคลภายนอกแข่งขันกันเพื่อแฮกระบบของตัวเองก็มี เพื่อพยายามตรวจจับหารูรั่วของระบบ ปัจจุบันนี้ในหลายบริษัทนั้นมีแนวทางป้องกันที่รัดกุม แต่การหลุดรั่วของข้อมูลที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้น เกิดจากการให้สิทธิ์ของ Thrid party ในการเข้ามาซัพพอร์ตระบบ แล้วถูกเจาะระบบมาจากผู้ร่วมพัฒนาซอฟแวร์ภายนอกนั่นเอง
    Phishing and threat

การโจมตีและอุปสรรค

การโจมตีแบบ ransomware สามารถเข้าสู่เครือข่ายได้หลายวิธี เช่น การใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ การโจมตีแบบฟิชชิง หรือการโจมตีทาง social engineering รวมถึงการพยายามขโมยข้อมูลของผู้ใช้เพื่อเป็นเครื่องมือในการเข้าสู่เครือข่าย เช่น Remote Desktop Protocol หรือ RDP ฯลฯ ด้าน  Trend Micro Research  เคยเขียนอธิบายไว้ว่า ผู้โจมตีจะเจาะเครือข่ายเพื่อค้นหาข้อมูลที่มีค่า และจะสร้างรังอยู่ในเครือข่ายนั้นนอกจากนี้ยังได้เสนอด้วยว่าองค์กรต่าง ๆ ควรนำซีโร่ทรัสต์มาใช้ภายใน เพื่อลดผลกระทบของมัลแวร์ประเภทนี้ ด้าน Brian Kime นักวิเคราะห์อาวุโสของ บริษัท Forrester กล่าวว่าระบบนี้ มีประสิทธิภาพมากพอที่จะป้องกันการเพิ่มขึ้นของ ransomware ได้

การนำ Zero trust network access (ZTNA) มาปรับใช้ในองค์กร

ด้วยแนวทางของการทำระบบนั้นจะเน้นการออกแบบระบบที่ให้มีการตรวจสอบ 2FA หรือ การเข้ารหัสด้วยสองชั้น จากนั้นจะเป็นการวางผังของระบบ IT ใหม่ ซึ่งแต่เดิมก่อนเกิดการระบาดของโรค การวางผังข้อมูลของบริษัทอาจจะไม่ได้ถูกยกขึ้นมาเป็นประเด็น เนื่องจากระบบ Intranet หรือเครือข่ายภายในนั้น มีการป้องกันรัดกุมและตรวจสอบกลับได้อย่างเร็วนั่นเอง

สมัครรับข่าวสาร "ความปลอดภัยไอทีในองค์กร"

วิศวกรดูแลระบบ wifi organizer ตลอดการทำงาน

Firewall as a Service

ระบบความปลอดภัยไอที พร้อมผู้เชี่ยวชาญดูแล พร้อมจัดการปัญหาด้านการใช้งาน ปรับปรุง Network ขององค์กร สอดคล้องตามหลัก PDPA พร้อมเก็บ Log ตามกฏมาย

  • ฟรีอุปกรณ์ Firewall BOX ที่ไซต์
  • ฟรีต่อ MA ตามสัญญา
  • ฟรีอัปเกรดอุปกรณ์ตกรุ่น

Cyber Security Mesh รูปแบบ ความปลอดภัยไอที ที่ใช้ทำงานจากที่บ้าน

cyber security mesh รูปแบบ

แน่นอนว่าความปลอดภัยทางไซเบอร์นั้นมีมานานหลายสิบปีแล้ว โดยที่ภาพจำเดิมของเราการรักษาความปลอดภัยนั้นต้องผูกติดกับศูนย์กลาง เช่น ทำงานบริษัท ใช้อินเตอร์เน็ตบริษัท เปิดข้อมูลข้างใน แต่ในยุคปัจจุบัน แม้กระทั่งบริษัทระดับโลกหลายองค์กรชั้นนำ อนุญาตให้พนักงานทำงานจากริมชายหาด ชายทะเล หรือในที่ที่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต โดยผ่านระบบความปลอดภัยแบบใหม่ที่ชื่อ Cyber security mesh รูปแบบ มีการทำงานแบบไหน สร้างความปลอดภัยยังไง มาติดตามกันดูเลย

ประวัติศาสตร์การเกิดขึ้นมาของ Network Security

ตั้งแต่มีการสร้างไวรัสคอมพิวเตอร์ขึ้นมาในห้องทดลองขึ้นมา โดยสามารถออกคำสั่ง ทำสิ่งต่างๆตามที่ต้องการอยู่ภายในระบบเครือข่าย ถึงแม้ในการสร้างโค้ดคำสั่งนั้นขึ้นมาในตอนนั้น ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อทำสิ่งที่อันตรายแต่อย่างใด แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นของวิทยาการของแฮกเกอร์ ที่เห็นเส้นทางในการเติบโตของตัวเอง พร้อมๆกับบทบาทของคอมพิวเตอร์ที่เติบโตมากยิ่งขึ้นจนถึงปัจจุบัน 

ทั้งความก้าวหน้าทางวิทยาการทางคอมพิวเตอร์นี้เอง มาพร้อมกับแฮกเกอร์ที่แสวงหาประโยชน์ ทำให้ต่อมาเริ่มมีเหยื่อจากการแฮกระบบเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งอาชญากรทางคอมพิวเตอร์จูงใจผู้แสวงหารายได้จากการหาช่องโหว่นี้จนกระทั่งการเติบโตของยุคอินเตอร์เน็ตเริ่มเพิ่มมากขึ้น จากที่แต่เดิมการใช้งานคอมพิวเตอร์นั้นเป็นเพียงการช่วยให้ระบบคำนวน ใช้งานภายในครัวเรือนไม่ได้ติดต่อกับภายนอก หรือ การติดต่อกันภายนอกนั้นยังมีข้อจำกัดมากเกินไป ทำให้การมุ่งเป้าโจมตีคอมพิวเตอร์นั้นไม่ได้มีความรวดเร็ว และหลากหลายดังเช่นยุคนี้

ความปลอดภัยของ Network ในออฟฟิศ

ถ้าหลายคนได้ทำงานออฟฟิศที่อยู่ในสถานที่ มีโต้ะ มีระบบภายในมาตลอดชีวิต ก็คงเข้าใจดีถึงภาพของความปลอดภัย กล่าวคือ เราจะจินตนาการบริษัทเป็นเหมือนปราสาทสักหลัง ที่ทางเข้ามีผู้รักษาความปลอดภัย บนฐานกำแพงมีทหารคอยสอดส่องว่าใครเข้ามา หรือกำลังเดินทางเข้ามาบ้าง โดยทุกอย่างรวมศูนย์กลางอยู่ด้วยระบบเดียวที่เรียกว่า “Firewall” จากนั้นค่อยมีการกำหนดบทบาทของแต่ละคนว่า “ผู้บริหาร” เข้าถึงข้อมูล A B C D “ผู้จัดการ” เข้าถึงข้อมูล A B C “ผู้ดำเนินงาน” อาจจจะเข้าถึงแค่ข้อมูล “A” เพียงอย่างเดียว แน่นอนว่าทุกวันนี้ระบบความปลอดภัยดังกล่าวยังคงปลอดภัย และเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลาย จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่บังคับให้ผู้คนที่ทำงานในบริษัท “ห้าม” มารวมตัวกันในสถานที่เดียวกันทางกฏหมาย จะทำยังไงถ้าหากข้อมูลสำคัญทั้งหมด อาจจะถูกเข้าถึงได้จากทุกที่ที่พนักงานเชื่อมต่ออินเตอร์ได้จากภายนอกบริษัท จึงเริ่มมีการพัฒนาต่อยอดมาเป็นการเข้าถึงด้วยระบบ “VPN”

  • การรีโมทผ่าน VPN

    การต่อยอดการเข้าถึงระบบด้วย VPN เป็นเสมือนการจำลองระบบที่เข้าจากที่ไหนก็ได้บนโลกนี้ที่มีอินเตอร์เน็ต ว่ากำลังอยู่ในวงเครือข่ายภายในบริษัท (กำแพงปราสาท) แล้วใช้ระบบความปลอดภัยที่อยู่ในปราสาทมาตรวจสอบว่าใครจริง ใครปลอมแปลงออกมา ซึ่งวิธีการนี้เป็นเสมือนการท้าทายระบบที่มีอยู่เดิม ว่ายังแข็งแกร่งทนทานอยู่หรือเปล่า แต่ถ้าหากมีคนเจาะเข้าระบบได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการรู้ Username หรือได้อุปกรณ์ของคนๆนั้นมา ก็เป็นเรื่องไม่ยากเลยถ้าหากแฮกเกอร์จะเข้าถึงข้อมูลภายในได้ จึงมีการพัฒนาความปลอดภัยไปอีกขั้นที่เรียกว่า “ความปลอดภัยด้วย Cyber security mesh”
    cyber security mesh รูปแบบ

 ความปลอดภัยด้วย Cyber security mesh รูปแบบ ไฮบริด

ถ้าเปรียบเทียบระบบ Network รูปแบบเดิมที่อยู่ในบริษัท การทำงานด้วยระบบนี้ก็จะมีความคล้ายกัน เพียงแต่ความปลอดภัยจะมีการเลือกใช้งานแตกต่างกันไปตามความต้องการ โดยที่ละจุดและอุปกรณ์จะมีการเชื่อมระบบความปลอดภัยจากฐานข้อมูลเดียวกันไว้  โดยจุดแข็งของความปลอดภัยระบบดังกล่าว จะแบ่งไปตามความเหมาะสม เช่น การใช้ระบบคลาวรักษาความปลอดภัย หรือ ตรวจสอบพฤติกรรมการทำงานด้าน Cyber security ด้วยแอพพลิเคชั่น เป็นต้น ด้วยเพราะความจำเป็นในการทำงานของเรามีความหลากหลาย รวมถึงเราไม่สามารถเข้าสู่ออฟฟิศที่เป็นศูนย์กลางทางข้อมูล ความลับต่างๆ ที่โดยปกตินั้นก่อนจะเข้าถึงข้อมูลต้องมีการยืนยันตัวตนในระดับชั้นต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันมีวิธีการจัดการความปลอดภัย ดังนี้

  • Network security

    ส่วนใหญ่การคุกคามทางไซเบอร์ไม่ว่าจะเป็นการฝังไวรัสเข้าสู่อุปกรณ์ การติดตั้งชุดคำสั่ง หรือการเจาะเข้าสู่ระบบนั้น แฮกเกอร์เองไม่สามารถที่จะเดินเข้ามาเพื่อเจาะเข้าสู่ระบบได้เอง ช่องทางเดียวที่ง่ายและไม่มีตัวตนที่ทำกันคือการเข้ามาทางเครือข่ายเน็ตเวิร์ก โดยการรักษาความปลอดภัยนั้นจะเป็นไปตามเคสที่เจอ โดยส่วนใหญ่การเข้ามาของแฮกเกอร์นั้นมุ่งเป้าไปที่การขโมยข้อมูล การลบข้อมูล การแอบแฝงเข้ามาเอาข้อมูลออกไป ทำให้วิธีการรับมือของ ระบบความปลอดภัยทางไอทีจะสอดคล้องกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำระบบป้องกันข้อมูลสูญหาย (DLP : Data loss protection) การสร้างความปลอดภัยในการเข้าสู่ข้อมูล (IAM : Identify access management) ซึ่งจะทำหน้าที่ผสมผสานเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการกรอกรหัสผ่าน การยืนยันตัวตน และกฏเกณฑ์การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ 

  • Cloud security

    การมีคอมพิวเตอร์ที่แรงๆสักเครื่องมาช่วยเราประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว เก็บข้อมูลโดยที่เราไม่ต้องแบกใส่กระเป๋าไปไหน เป็นจริงได้เมื่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของเรานั้นรวดเร็วเพียงพอดังเช่นยุคปัจจุบัน ทำให้เราไม่ต้องมี CPU ที่แรงๆในคอมทุกเครื่องเพื่อที่จะมีความสามารถในการคัดกรองข้อมูล แต่เราใช้ซุบเปอร์คอมพิวเตอร์อยู่บนคลาวในการคัดกรองข้อมูลเป็นล้านๆคำสั่งให้เราได้ในเวลาเดียวกัน โดยหลักของการใช้ cloud computing นั้นจะช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์ของเราตลอดเวลาที่มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต โดยที่ช่วยรักษาความปลอดภัยโดยไม่ทำให้เครื่องหน่วง อืด ช้า ได้
    cyber security mesh รูปแบบ

  • Endpoint security

    การรักษาความปลอดภัยแบบ Endpoint เป็นกระบวนการรักษาความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์ที่อยู่ปลายทางของระบบ กล่าวคือโดยปกติระบบความปลอดภัยนั้นจะถูกควบคุมด้วยศูนย์กลางอย่างเครื่อง Firewall แล้วจากนั้นทุกอย่างที่อยู่ในเครือข่ายจะถูกคัดกรองด้วย Firewall ก่อนจะถึงเครื่องที่เชื่อมต่อในเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค เทอร์มินอล ปริ้นเตอร์และอื่นๆ แต่วิธีการนี้จะเป็นตัวแสกนข้อมูล ตรวจจับพฤติกรรมการใช้งานให้กับผู้ที่เชื่อมต่อที่ทำตัวเหมือนกับโปรแกรม antivirus เพียงแต่ endpoint นั้นสามารถทำงานร่วมกับ Firewall ใช้ฐานข้อมูลและนโยบายการทำงานเดียวกัน

  • Application security

    การใช้ความปลอดภัยประเภทนี้เป็นการรักษาความปลอดภัยของแอพพลิเคชั่นโดยเฉพาะ โดยปัจจุบันการใช้แอพพลิเคชั่นนั้นสามารถใช้ร่วมกันกับทุกอุปกรณ์ เช่น การเข้าสู่ระบบบัญชี ที่แต่เดิมสามารถเข้าถึงได้เพียงคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ปัจจุบันเริ่มพัฒนาให้ใช้งานได้บนอุปกรณ์ที่หลากหลายระบบ หลากหลายขนาดจอ เหตุนี้เองความปลอดภัยในการเข้าแอพพลิเคชั่นควรได้รับการดูแลด้วยระบบเดียวกัน โดยพื้นฐานการรักษาความปลอดภัยจะเป็นการใช้งานอย่างผสมผสานไม่มีตายตัว อย่างเช่น การเข้ารหัสข้อมูล ร่วมกับการขออนุญาตสิทธิ์ในการใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ จัดเก็บข้อมูล กล้อง หรืออัดเสียง เหล่านี้เองเป็นไปเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับแอพพลิเคชั่นที่ต้องการความปลอดภัยเป็นพิเศษ
    พนักงานไอที

ความปลอดภัยที่เหมาะสมต้องเป็นยังไง?

ปัจจุบันเทคโนโลยีการยืนยันตัวตนค่อนข้างจะรัดกุม จากทั้งอุปกรณ์สามารถใช้ลายนิ้วมือ ใช้ OTP มือถือของเจ้าของที่มีเวลา 5 นาทียืนยันตัว หรือ ใช้ระบบนาฬิกาสุ่มรหัส Authentication 30 วินาทีสามารถทำการป้องกันเข้าถึงสองชั้น หรือเข้ารหัสสามชั้น ได้ตามแต่นโยบายของบริษัท

  • ระดับการเข้าถึงข้อมูล

    การใช้ระบบ Cyber security mesh นั้นนอกจากจะเชื่อมโยงฐานข้อมูลเข้าด้วยกันเป็นสถานี (node) ทำให้แต่ละอุปกรณ์ในสถานที่นั้นๆมีการตรวจสอบระหว่างกันเอง ผ่านระบบความปลอดภัยเดียวกันเมื่อเกิดเหตุมีการเจาะเข้ารหัสจากสถานี A ได้แล้วพอข้อมูลถูกส่งไป B C D ที่ไม่ได้ถูกเจาะเข้าระบบ จะยืนยันตัวตนได้ว่าสิ่งที่สถานี A ส่งออกมานั้นเป็นของปลอม

  • การตรวจสอบข้อมูลระหว่างกัน

    สิ่งที่ทำให้ระบบนี้มีความแข็งแกร่งคือการกระจายการตรวจสอบระหว่างกัน ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบเดิมที่รวมไว้ที่อุปกรณ์และคนไม่กี่คน ยกตัวอย่างการตรวจสอบระหว่างกัน การ Login เข้าระบบด้วย IP Address ของประเทศไทย แต่ Location GPS ของอุปกรณ์อยู่อินเดีย ก็จะทำให้ระบบความปลอดภัยวิเคราะห์ออกมาว่ามันไม่สัมพันธ์กันนั่นเอง ยกตัวอย่างการนำมาใช้งานของระบบแอพพลิเคชั่นที่เราใช้คือ “เป๋าตัง” ถ้าหากเราจะโอนจ่ายค่าสินค้า แต่ถ้าโลเคชั่นของอุปกรณ์สองเครื่องห่างกันเกิน X เมตร ระบบตรวจสอบจะปฏิเสธการทำรายการ ถึงแม้ว่าจะมีความปลอดภัยใหม่ที่หลากหลายออกมาให้บริษัทที่ต้องการทำงานจากทุกที่ได้เลือกใช้งานแล้ว แต่ระบบไฟร์วอลล์เดิมก็ยังคงเป็นส่วนหลักของการรักษาข้อมูลจากส่วนกลางกระจายออกมา ทำให้เมื่อมีการพัฒนาต่อยอดจะผสมเอาการประมวลผลบนคลาว ร่วมกับการตรวจสอบตัวตน ตำแหน่ง สถานที่ตั้ง ซึ่งอาจจะขึ้นอยู่กับนักพัฒนา และแบรนด์ต่างๆใช้กัน โดยสามารถปรึกษาทีมเทคนิคก่อนเลือกใช้งานเพื่อหาลักษณะการใช้งานที่ต้องการนั่นเอง

บริการ Firewall พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญดูแล

  • Firewall แบบ subscription model
  • ไม่ต้องลงทุนอุปกรณ์เอง
  • ไม่ต้องจ้างทีมผู้เชี่ยวชาญ
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญดูแลตลอดอายุการใช้งาน

สนใจบริการของเรา

กรอกแบบฟอร์มเพื่อให้เราติดต่อกลับ